พระพุทธรูปเหล็กไหลวัดพุทไธศวรรย์

ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร กิจกรรมต่างๆ และติดต่อสอบถาม

ผู้ดูแลฟอรั่ม: Admin

พระพุทธรูปเหล็กไหลวัดพุทไธศวรรย์

โพสต์โดย Admin » อ. มี.ค. 26, 2013 10:00 pm

พระพุทธรูปเหล็กไหลขนาดใหญ่ ซึ่งทำจากเหล็กไหล ของหลวงพ่อหวล ภูริภัทโท วัดพุทไธศวรรย์ จ.อยุธยา เหล็กไหลนั้นท่านได้อัญเชิญมาจากถ้ำต่าง ๆ
แนบไฟล์
watbuddhaisawan.jpg
watbuddhaisawan.jpg (97.94 ) เปิดดู 21267 ครั้ง
ธรรมะ คือธรรมดา
ไอคอนประจำตัวสมาชิก
Admin
หน้าผู้ดูแลระบบ
 
โพสต์: 190
ลงทะเบียนเมื่อ: ส. ก.ค. 11, 2009 6:32 pm
ที่อยู่: กทม.

Re: พระพุทธรูปเหล็กไหลวัดพุทไธศวรรย์

โพสต์โดย Admin » อ. มี.ค. 26, 2013 10:06 pm

นอกจากนี้ทางวัดยังมีพระเครื่องเหล็กไหล ซึ่งมีเพียงที่เดียวเท่านั้น คือ ร้านบูชาวัตถุมงคลที่วัด(ไม่มีสาขาอื่น) โดยนำจตุปัจจัยที่ได้ไปซ่อมแซมวัดที่ยังชำรุดทรุดโทรมอีกมาก(แต่ราคาก็สูงหน่อยครับ อันนี้ต้องใจถึง ๆ)
แนบไฟล์
prasomdet-leklai.jpg
prasomdet-leklai.jpg (55.4 ) เปิดดู 21266 ครั้ง
ธรรมะ คือธรรมดา
ไอคอนประจำตัวสมาชิก
Admin
หน้าผู้ดูแลระบบ
 
โพสต์: 190
ลงทะเบียนเมื่อ: ส. ก.ค. 11, 2009 6:32 pm
ที่อยู่: กทม.

Re: พระพุทธรูปเหล็กไหลวัดพุทไธศวรรย์

โพสต์โดย Admin » อ. มี.ค. 26, 2013 10:16 pm

วัดพุทไธศวรรย์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทางทิศใต้ของพระราชวังเดิม ของกรุงศริอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างในสมัยพระเจ้าอู่ทอง พ.ศ. ๑๘๙๖ มีเนื้อที่ ๔๖ ไร่ ๒ งาน ๔๖ ตารางวา มีอายุประมาณ ๗๐๐ กว่าปีแล้ว
แนบไฟล์
watbuddhaisawan2.jpg
watbuddhaisawan2.jpg (126.74 ) เปิดดู 21266 ครั้ง
ธรรมะ คือธรรมดา
ไอคอนประจำตัวสมาชิก
Admin
หน้าผู้ดูแลระบบ
 
โพสต์: 190
ลงทะเบียนเมื่อ: ส. ก.ค. 11, 2009 6:32 pm
ที่อยู่: กทม.

Re: พระพุทธรูปเหล็กไหลวัดพุทไธศวรรย์

โพสต์โดย Admin » พ. มี.ค. 27, 2013 12:40 pm

พิธีกรรมอัญเชิญเหล็กไหล
ของ หลวงพ่อหวล ภูริภทฺโท
วัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา

ก่อนอื่นหลวงพ่อหวลจะเพ่งกระเเสจิตของท่าน สำรวจดูว่าในถ้ำเเห่งใดมีพญาเหล็กสถิตย์อยู่ เมื่อรู้เห็นในญาณทัศนะชัดเจนเเล้ว ท่านก็จะพาลูกศิษย์ของท่านเดินทางไปสำรวจให้เห็นกับตาอีกครั้ง
จากนั้นก็กำหนดฤกษ์ยาม วันเวลาที่จะทำพิธี
ท่านว่า ถ้ำที่จะมีพญาเหล็กสถิตย์อยู่นั้น ต้องเป็นถ้ำที่สะอาด ไม่มีค้างคาวมาอาศัย
โดยมากจะเป็นถ้ำหินอ่อนที่มีความเย็นสูง หรือ ถึงกับเย็นยะเยือกเมื่อเดินเข้าไปสู่ภายใน เเละเป็นถ้ำที่เเห้งสะอาด นอกจากเครื่องบวงสรวงในการทำพิธีเเล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับพิธีนี้คือ น้ำผึ้งเเท้บริสุทธิ์ ซึ่งจะต้องจัดเตรียมไปจำนวนมาก อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดเสียไม่ได้เช่นกันคือ ขี้ผึ้งบริสุทธิ์ ซึ่งจะต้องจัดเตรียมไปจำนวนมากเช่นกัน
การทำพิธีบวงสรวง ก็เพื่อบอกกล่าวต่อเจ้าถ้ำ เจ้าที่เจ้าทาง เทพเทวาอารักษ์ทั้งหลาย ถึงจุดประสงค์ของการมาทำพิธีว่า จะอัญเชิญพญาเหล็กไปเพื่อประโยชน์เเก่พระพุทธศาสนาประการใดบ้าง
เมื่อทำพิธีบวงสรวงเสร็จเเล้ว หลวงพ่อหวลท่านจะกำหนดจิตอธิษฐานตามวิชาที่ท่านได้ร่ำเรียนมา จากนั้นก็เอาขี้ผึ้งบริสุทธิ์ที่เตรียมมา ป้ายชโลมไปตรงรอยเเตกของผนังถ้ำ พร้อมกับบริกรรมคาถากำกับไว้ตลอดเวลาจนเสร็จพิธี
หลังจากนั้นหลวงพ่อท่านได้ยืนกำหนดจิตด้วยอาการสงบ สักพักหนึ่งบรรดาศิษย์ที่มาร่วมพิธีต่างได้พบกับเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ยิ่ง กล่าวคือ ตรงรอยเเตกของผนังถ้ำนั้นปรากฎมีวัตถุอย่างหนึ่ง ไหลออกมากินน้ำผึ้งที่หลวงพ่อท่านได้ป้ายไว้ หลวงพ่อหวลจึงนำด้ายสายสิญจน์ ที่ชโลมไว้ด้วยน้ำผึ้งจนเปียกชุ่ม กดปลายด้านหนึ่งลงไปในช่องรอยเเตกนั้น เเล้วโยงสายสิญจน์ที่เหลืออีกด้านหนึ่งลงไปยังบาตรน้ำมนต์ขนาดใหญ่ ที่บรรจุน้ำผึ้งเเท้บริสุทธิ์จำนวนมาก โดยภายนอกบาตรจะถูกหุ้มไว้ด้วยขี้ผึ้ง เเละมีผ้าขาวลงอักขระยันต์ปิดปากบาตรไว้ มีเพียงรูเล็กๆที่จะเอาด้ายสายสิญจน์แหย่ลงไปได้เท่านั้น
ท่านบอกว่า บาตรน้ำมนต์ที่ต้องหุ้มไว้ด้วยขี้ผึ้งเเละบรรจุน้ำผึ้งไว้ในบาตร ก็เพื่อล่อให้พญาเหล็ก (เหล็กไหล) ลงมากิน ส่วนผ้ายันต์สีขาวนั้น ก็เป็นยันต์กำกับป้องกันไม่ให้พญาเหล็กที่ลงมากินน้ำผึ้งในบาตร หนีกลับเข้าไปในผนังถ้ำได้อีก พอโยงสายสิญจน์ลงสู่บาตรที่มียันต์กำกับไว้เรียบร้อยเเล้ว ท่านก็จุดเทียนซึ่งทำเป็นพิเศษจากขี้ผึ้งเเท้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ ลนเปลวเทียนไปที่ผนังถ้ำซึ่งเหล็กไหลโผล่ออกมาให้เห็น
พร้อมบริกรรมคาถากำกับไว้ตลอดเวลา ทำให้เหล็กไหลได้ไหลย้อยลงมาตามสายสิญจน์เพื่อกินน้ำผึ้งในบาตร โดยเหล็กไหลที่ไหลลงมานั้นจะมีอยู่ ๓ สี คือ สีเมฆพัด(สีน้ำเงินอมเขียว) สีเงินยวง สีท้องปลาไหล เเต่จะเป็นสีใดนั้น ขึ้นอยู่กับประเภทของเหล็กไหลที่มีอยู่ในถ้ำเเห่งนั้น
การทำพิธีอัญเชิญพญาเหล็ก (เหล็กไหล) ของหลวงพ่อหวล ท่านจะมุ่งเน้นที่เหล็กไหลสีเมฆพัด (สีน้ำเงินอมเขียว) เเละสีเงินยวง เพราะสองลักษณะนี้ สามารถที่จะนำมามอบให้กับผู้มาร่วมทำบุญกับท่านได้ส่วนสีท้องปลาไหล ท่านไม่นิยมมอบให้ลูกศิษย์ ท่านว่า เหล็กไหลลักษณะนี้มีอาถรรพณ์ร้อนเเรง ผู้ที่ครอบครองจะมีความฮึกเหิม ซึ่งอาจเป็นเหตุให้สร้างความเดือดร้อนเเก่ตนเองเเละผู้อื่นได้
หลังจากที่เหล็กไหลได้ไหลลงในบาตรจนหมดเเล้ว (ในสภาพที่เป็นของเหลว) หลวงพ่อก็นำไปประกอบพิธีต่อไป คือ การทำให้เหล็กไหลที่เหลวนั้นเเข็งตัว โดยการนำบาตรไปตั้งบนเตาไฟ เเล้วเอาหุ่นขี้ผึ้งเเท้บริสุทธิ์รูปทรงต่างๆ ที่ต้องการให้เหล็กไหลก่อตัวเป็นรูปทรงนั้นๆ เช่น รูปทรงพระกริ่ง รูปทรงพระสมเด็จ ฯลฯ โดยหุ่นขี้ผึ้งนี้จะมีจะมีสายชนวนอยู่ด้านบนเเบบเดียวกับเทียนไข
สำหรับไว้จุดไฟในขณะทำพิธีหล่อหลอมเหล็กไหลให้เป็นรูปทรงตามต้องการ
เมื่อหลวงพ่อจุดไฟตรงด้ายชนวนเเล้ว ท่านก็บริกรรมคาถากำกับไปเรื่อยๆในขณะที่หุ่นขี้ผึ้งเริ่มละลายไปทีละเล็กละน้อย เมื่อหุ่นขี้ผึ้งละลายไปจนใกล้จะหมด เหล็กไหลที่มีสภาพเหลวที่อยู่ในบาตร ก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปทรงเหมือนหุ่นขี้ผึ้งต้นเเบบอย่างน่าอัศจรรย์ โดยเหล็กไหลที่เเข็งตัวเป็นรูปทรงตามหุ่นขี้ผึ้งต้นเเบบนั้น (รูปทรงพระกริ่ง รูปทรงพระสมเด็จ ฯลฯ) จะมีขนาดเล็กกว่าหุ่นต้นเเบบ มีลักษณะสีสันวรรณะเเปลกประหลาด สีเเวววาวเหลือบมัน
เมื่อเหล็กไหลก่อตัวเสร็จสมบูรณ์เเล้ว หลวงพ่อก็จะนำมาทำพิธีสวดญัตติ ซึ่งเป็นพิธีกรรมในการป้องกันไม่ให้เหล็กไหลเเปรเปลี่ยนสภาพไปอยู่ในสภาพเดิม หรือ หนีกลับคืนไปยังถ้ำที่นำมาเเต่เดิม หลังจากนั้นท่านจะทำพิธีปลุกเสกอธิษฐานจิตอีกชั้นหนึ่ง จากนั้นจึงนำมามอบให้กับลูกศิษย์ผู้มาร่วมทำบุญอุปถัมภ์ค้ำชูพระพุทธศาสนาต่อไป.
แนบไฟล์
get_auc3_img.jpg
get_auc3_img.jpg (47.33 ) เปิดดู 21260 ครั้ง
ธรรมะ คือธรรมดา
ไอคอนประจำตัวสมาชิก
Admin
หน้าผู้ดูแลระบบ
 
โพสต์: 190
ลงทะเบียนเมื่อ: ส. ก.ค. 11, 2009 6:32 pm
ที่อยู่: กทม.


ย้อนกลับไปยัง ข่าวประชาสัมพันธ์

ผู้ที่กำลังออนไลน์

ผู้ที่กำลังดูฟอรั่มนี้เป็นสมาชิก: ไม่มีสมาชิกใหม่ ท่าน และ 1 บุคคลทั่วไป

cron