เมนูสำหรับผู้ช่วยดูแลบอร์ด ]

คนไร้การศึกษา

สนทนาธรรม,บทความ และนิทาน

คนไร้การศึกษา

โพสต์โดย เทวดา » ศ. พ.ค. 28, 2010 9:13 am

คนไร้การศึกษา
บทความนี้ เพื่อคนทุกเพศทุกวัย มีจุดมุ่งหมายที่จะทำความเข้าใจ และอธิบายให้กับท่านผู้สนใจใฝ่ศึกษา หาประสบการณ์ ใฝ่การเรียนรู้ เพื่อการสังคมเป็นอยู่ร่วมกัน ในชุมชน ในประเทศ เป็นสำคัญ หากท่านทั้งหลายได้อ่านแล้ว โปรดได้ใช้วิจารณญาณ ใช้สมอง คิดพิจารณาให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และสามารถนำไปใช้ในวิถีชีวิตประจำวัน อีกทั้ง ยังเกี่ยวข้องกับระบบการทำงานของร่างกาย ซึ่งในทางศาสนาเรียกว่า “ภวัง” หรือ “ภวังค์” เกี่ยวข้องกับ ความมีสมาธิ เกี่ยวข้องกับ ความมี “สติ” และ “สัมปชัญญะ” อีกทั้งยังเกี่ยวโยง สัมพันธ์ ไปถึง “จิต,เจตสิก” อันหมายถึง “สภาพการรับรู้ หรือ ธรรมชาติการรับรู้อารมณ์ และ สั่งการ” อันเชื่อมโยงสัมพันธ์ กับ ธรรม หรือ ความรู้ในด้านต่างๆ ที่ประกอบอยู่ (เจตสิก)ใน สภาพการรับรู้ หรือ ธรรมชาติการรับรู้อารมณ์ และ สั่งการ หรือ จิต”
การศึกษา ตามความหมายที่ พจนานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒ ได้ให้ไว้ว่า
“น. การเล่าเรียน ฝึกฝน และอบรม. (ส. ศิกฺษา; ป. สิกฺขา).”
ดังนั้นการศึกษา จึงมีความหมายกว้างมากกว่า ที่ในหลายๆท่านเข้าใจ เหตุเพราะในความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ จะเข้าใจในคำว่า “การศึกษา” ไปในทำนองที่ว่า หมายถึง “การได้รับการเรียนรู้ หรือเล่าเรียน หรือ อบรม จากโรงเรียน หรือ มหาวิทยาลัย หรือ สถานศึกษาอื่นๆ” ซึ่งในทางที่เป็นจริงแล้ว การศึกษา ไม่ได้มีความหมายถึงการได้เล่าเรียน หรือได้เรียนรู้ อบรม จากโรงเรียน หรือ มหาวิทยาลัย หรือสถานศึกษาอื่นๆ แต่เพียงอย่างเดียว นั่นก็หมายความว่า “คนมีการศึกษา” ไม่ได้ หมายความว่า จะต้องเรียนจบ มีคุณวุฒิ หรือใบประกาศนียบัตร หรือมี วุฒิปริญญาตรี ,โท,เอก
แต่ “คนมีการศึกษา” มีความหมายที่กว้างกว่า เพราะ คนมีการศึกษา ย่อมหมายถึง “บุคคลที่ได้รับการเรียนรู้ อบรม ขัดเกลา หรือเล่าเรียน ความรู้ด้านต่างๆ จากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ และสามารถใช้ ความรู้ เหล่านั้น ในการดำรงชีวิต ในการสังคมเป็นอยู่ร่วมกัน ก่อให้เกิดความปกติสุข ในตัวเอง ครอบครัว และชุมชน ฯ”
ความปกติสุข ในตัวเอง ครอบครัว และชุมชน ฯ ย่อมหมายถึง ความปกติสุขที่จะเกิดจาก มีงานทำ หรือ ประกอบอาชีพสุจริต มีความคิด และพฤติกรรม ที่ดีพอสมควร ทั้งทางกาย วาจา และใจ ,มีวินัย ในการ ประพฤติปฏิบัติ ตามกฎหมาย ฯ หรือ ตามกฎเกณฑ์ กติกาของสังคมนั้น หรือ ตามหลักธรรมคำสอนทางศาสนา อันไม่ก่อให้เกิดความทุกข์ หรือลำบากใจต่อตนเองและผู้อื่น ฯลฯ อย่างนี้เป็นต้น
ความปกติสุข ที่เกิดขึ้น ย่อมเกิดจากการได้ เรียนรู้ เล่าเรียน ขัดเกลา อบรม จากวัฒนธรรมประเพณี และพฤติกรรมทางสังคม จากชุมชน ไปจนถึง ระดับประเทศ และ ระดับนานาชาติ จะกล่าวว่า เป็น พฤติกรรมการเรียนแบบ ทางสังคมก็ว่าได้ เพราะพฤติกรรม หรือการกระทำหลายๆอย่าง ล้วนเกิดจากการที่มีการ ประพฤติ ปฏิบัติ หรือมีพฤติกรรม สืบต่อกันมา ในทุกด้าน
ในสถานศึกษาต่างๆ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเรียนรู้ หรือเล่าเรียน หรือขัดเกลา หรืออบรม ในด้าน วิชาการแขนงต่างๆ เพื่อการประกอบอาชีพ เป็นหลักสำคัญ ถึงแม้จะมีการเล่าเรียน หรือเรียนรู้ ในแขนงวิชาต่างๆ ก็เป็นเพียงส่วนน้อย แต่คนส่วนใหญ่ หรือความเข้าใจของคนทั่วไป มักเข้าใจผิดคิดว่า บุคคลที่ได้เล่าเรียน จนจบปริญญาตรี ,โท,เอก เป็นคนมีการศึกษา ซึ่งแท้จริงแล้ว ยังไม่ถูกต้อง เพราะ คนมีการศึกษา อย่างแท้จริงนั้น ย่อมหมายถึง บุคคล ที่ได้รับการเรียนรู้ เล่าเรียน ขัดเกลา อบรม ในทุกด้าน จากสังคมสิ่งแวดล้อม และสามารถใช้ ความรู้ เหล่านั้น ในการดำรงชีวิต ในการสังคมเป็นอยู่ร่วมกัน ก่อให้เกิดความปกติสุข ในตัวเอง ครอบครัว และชุมชน ฯ” อันหมายถึง ความปกติสุขที่จะเกิดจาก มีงานทำ หรือ ประกอบอาชีพสุจริต มีความคิด และพฤติกรรม ที่ดีพอสมควร ทั้งทางกาย วาจา และใจ ,มีวินัย ในการ ประพฤติปฏิบัติ ตามกฎหมาย ฯ หรือ ตามกฎเกณฑ์ กติกาของสังคมนั้น หรือ ตามหลักธรรมคำสอนทางศาสนา อันไม่ก่อให้เกิดความทุกข์ หรือลำบากใจต่อตนเองและผู้อื่น ฯลฯ
บางบุคคลแม้จะได้เล่าเรียน หรือเรียนรู้ หรืออบรม จากสถานศึกษาใดใด มีวุฒิบัตร ,ประกาศนียบัตร ในระดับใดใดก็ตาม ก็สามารถได้ชื่อว่า “คนไร้การศึกษา” ได้ หากบุคคลนั้น ประพฤติ ปฏิบัติ หรือมีพฤติกรรม ที่เป็นไปในทางก่อให้เกิดความปกติสุขในชุมชน หรือก่อให้เกิดความเป็นทุกข์ใน ผู้อื่น ฯ
บางบุคคลแม้มิได้เล่าเรียน ,เรียนรู้ หรืออบรม จากสถานศึกษา และไม่มิวุฒิบัตร ,ประกาศนียบัตร ไม่ได้เรียนจบ ปริญญาตรี ,โท,เอก ก็สามารถได้ชื่อว่า เป็น “คนมีการศึกษา” หากบุคคลนั้นๆ มีพฤติกรรม ปฏิบัติ หรือ ประพฤติ โดยใช้ ความรู้ ด้านต่างๆ ในการดำรงชีวิต ในการสังคมเป็นอยู่ร่วมกัน ก่อให้เกิดความปกติสุข ในตัวเอง ครอบครัว และชุมชน ฯ” อันหมายถึง ความปกติสุขที่จะเกิดจาก มีงานทำ หรือ ประกอบอาชีพสุจริต มีความคิด และพฤติกรรม ที่ดีพอสมควร ทั้งทางกาย วาจา และใจ ,มีวินัย ในการ ประพฤติปฏิบัติ ตามกฎหมาย ฯ หรือ ตามกฎเกณฑ์ กติกาของสังคมนั้น หรือ ตามหลักธรรมคำสอนทางศาสนา อันไม่ก่อให้เกิดความทุกข์ หรือลำบากใจต่อตนเองและผู้อื่น ฯลฯ
คนมีการศึกษา ล้วนย่อมรู้จักควรหรือไม่ควร ทั้งทางกาย วาจา และใจ หรือหากจะหมายความ เหล่าบุคคล ที่ข้าพเจ้าหมายถึง คือ “คนมีการศึกษา” ในอีกรูปแบบหนึ่งก็คือ “คนมีประสบการณ์”นั่นเอง
ถึงอย่างไรก็ตาม “คนไร้การศึกษา” ที่แท้จริงนั้น ย่อมเป็นบุคคลที่ไม่มีเหตุผล ย่อมไม่รู้จักว่าควรหรือไม่ควร ในพฤติกรรม การประพฤติ ปฏิบัติ อันก่อให้เกิดความไม่ปกติสุขในสังคมการเป็นอยู่ร่วมกัน หรืออาจทำให้ตัวเอง ครอบครัว หรือชุมชน เดือดร้อนตามไปด้วย ดังนั้น ท่านทั้งหลายก็ลองใช้วิจารณญาณ คิดพิจารณา ให้เกิดความเข้าใจ และนำไปใช้ หรือนำไปปฏิบัติได้ ในชีวิตประจำวัน ไม่จำกัดเพศ และวัย เอาเป็นเพียงว่าต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความเข้าใจในภาษาไทยพอสมควร ก็ย่อมใช้ได้ “สวัสดี”
จ่าสิบตรี เทวฤทธิ์ ทูลพันธ์
๒๘ พ.ค. ๒๕๕๓
เทวดา
 
โพสต์: 149
ลงทะเบียนเมื่อ: อา. ก.พ. 07, 2010 8:54 pm

ย้อนกลับไปยัง สนทนาธรรม,บทความ

ผู้ที่กำลังออนไลน์

ผู้ที่กำลังดูฟอรั่มนี้เป็นสมาชิก: ไม่มีสมาชิกใหม่ ท่าน และ 18 บุคคลทั่วไป

cron