เมนูสำหรับผู้ช่วยดูแลบอร์ด ]

เรื่องของฌาน(ชาน) ภาคพิเศษ

สนทนาธรรม,บทความ และนิทาน

เรื่องของฌาน(ชาน) ภาคพิเศษ

โพสต์โดย เทวดา » จ. ก.ค. 30, 2012 8:18 pm

เรื่องของ ฌาน (ชาน)
สวัสดีท่านทั้งหลาย ที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา เนื่องในโอกาศที่วันอาสาฬหบูชา จะเวียนมาถึงในอีกไม่กี่วันนี้ ซึ่งเป็นวันที่เกิดมีพระสงฆ์เป็นครั้งแรกในพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่พระพุทธองค์สมณโคดม ได้ทรงแสดงปฐมเทศนาให้กับพระอัญญาโกณทัญญะ อันได้แก่ ธัมมจักรกัปปวัตตนสูตร ได้ดวงตาเห็นธรรม และเกิดมีพระสงฆ์องค์แรกเป็นปฐมสาวกในพุทธศาสนาเกิดขึ้น
ข้าพเจ้าจึงได้ถือโอกาศอันเป็นมงคลนี้ ได้อรรถาธิบายในหลักธรรมหลักปฏิบัติ ตามความเป็นไปในทางพุทธศาสนา อันเป็นการหมุนกงล้อพระธรรมจักรให้เป็นไปตามหลักความจริง เพื่อให้ท่านทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์หรือฆราวาส ได้คิดได้พิจารณา และจดจำ ทำความเข้าใจให้เกิดความรู้อย่างถ่องแท้ เพื่อมิให้เกิดการเรียนการสอน ไปในทางที่ผิด เกิดความเข้าใจผิด ในหลักธรรมหลักปฏิบัติบางอย่างบางข้อ
หลักธรรมหลักปฏิบัติ ในทางพุทธศาสนานั้น จะมีหลักธรรมหลักปฏิบัติที่เป็นหัวข้อหลักอยู่สองประการได้แก่ "สมถกรรมฐาน" หนึ่ง และ "วิปัสสนากรรมฐาน"อีกหนึ่ง หลักธรรมหรือหลักปฏิบัติทั้งสองประการที่ได้กล่าวไป เป็นวิธีการทางพุทธศาสนาในอันที่จะเป็นแนวทาง เป็นหนทาง สำหรับ ผู้ที่ศรัทธาได้ฝึกปฏิบัติธรรมอย่างเป็นขั้นตอน และเป็นไปตามหลักการทางพุทธศาสนา
หลัก "สมถกรรมฐาน" เป็นเรื่องของการปฏิบัติ หรือการฝึกทางด้านจิตใจหรือด้านภายในร่างกาย โดยแยกแยะออกเป็น กองๆ เรียกว่า "กรรมฐาน ๔๐ กอง"
กรรมฐานทั้ง ๔๐ กองนั้น(ในที่นี้จะไม่กล่าวถึงว่ามีอะไรบ้าง) เป้นอุบาย หรือวิธีการที่จักทำให้จิตใจสงบ หรือทำให้เกิดสมาธิ เป็นธรรมะทางพุทธศาสนาชนิดหนึ่งที่ใช้เป็นเครื่องระงับสงบจิตใจ สงบความคิด นั่นก็คือ ความมีสมาธิ ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่คิดเพ้อเจ้อ หรือไม่คิดอะไรเลย
กรรมฐานทั้ง ๔๐ กอง ล้วนสามารถทำให้ใจสงบ คือ เป็นทั้ง สมถกรรมฐาน และ ทำให้เรืองปัญญา คือ เป็นทั้ง วิปัสสนากรรมฐาน แต่ การปฏิบัติธรรม หรือการฝึกกรรมฐาน ต้องฝึกปฏิบัติตั้งแต่ชั้นพื้นฐานเป็นต้นมา นั่นก็คือ ต้องฝึกทางด้านสมถกรรมฐานก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อทำให้จิตใจมีสมาธิ รู้จักควบคุมความคิด รู้จักควบคุมอารมณ์ทางด้านจิตใจ อันจักเปํน บันได ไปสู่การปฏิบัติ วิปัสสนากรรมฐาน
แต่ อาจจะมีบุคคลบางคน สามารถฝึกปฏิบัติไปได้พร้อมกันทั้งสองอย่างก็ได้
การฝึกปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสงบใจ หรือฝึกสมาธินั้น ในทางพุทธศาสนา จะมีหลากหลายรูปแบบ เช่น การฝึกกสิณ (หมายรวมเอากรรมฐานทั้ง ๔๐ กองด้วย) การฝึกอาณาปานสติ การฝึกพิจารณากายในกาย อันเป็นชั้นต่อเนื่องจาก อสุภกรรมฐาน ซึ่ง การฝึกพิจารณากายในกาย นั้น จะเป็นการฝึกทั้งชั้นพื้นฐาน และการฝึกชั้นที่ยากขึ้น
การฝึกกสิณ(หมายรวมเอากรรมฐานทั้ง ๔๐ กองด้วย) การฝึกอาณาปานสติ หรือ การฝึกพิจารณากายในกาย ของแต่ละบุคคล จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า "ฌาน" (ชาน)ขึ้น ขณะปฏิบัติ โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มต้นฝึกปฏิบัติใหม่ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าบุคคลจะฝึกสมาธิมานานสักเพียงใดก็ตาม หากยังไม่สามารถขจัดกิเลส คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ให้สิ้นไปได้ สิ่งที่เรียกว่า"ฌาน" ก็จะเกิดมีขึ้น ในขณะปฏิบัติสมาธิ และในเวลาอื่นๆด้วย
ฌาน (ชาน) คือ ลักษณะอาการของร่างกายอันได้แก่ จิตใจ ความคิด ขณะฝึกปฏิบัติสมาธิ แต่ไม่ใช่เป็นชั้นที่ผู้ฝึกปฏิบัติจะได้รับ เป็นเพียงลักษณะอาการที่เกิดขึ้น และเป็นการแนะนำหรือบอกวิธีการที่จะทำให้ถึงซึ่ง ความมีสมาธิ อย่างแท้จริง ไม่ใช่ไปสอนกันว่า ฝึกสมาธิแล้วจะได้ ฌาน(ชาน)ชั้นนั้นชั้นนี้ ไม่ถูกต้อง เป็นการบิดเบือนหลักธรรมคำสอนในเรื่องของ ฌาน (ชาน)
ดังนั้น หากผู้ปฏิบัติสมาธิ ชั้นพื้นฐานโดยวิธีการต่างๆ ประสบลักษณะอาการตามที่ หลักของ "ฌาน"ได้กล่าวไว้ ก็จะมีวิธีแก้ไข เป็นขั้นๆไปดังที่ปรากฏอยู่ในเรื่องของ "ฌาน"(ชาน) ตามหลักพุทธศาสนา

อีกประการหนึ่ง หากจะอธิบายเปรียบเทียบในเรื่องของ "ฌาน"เพื่อให้เกิดความเข้าใจได้ง่ายขึ้น "ฌาน" ก็คือ "ลักษณะงานรูปแบบหนึ่ง" นั่นก็หมายความว่า "ฌาน"(ชาน)คือรูปแบบการทำงานของระบบร่างกายของคนเราเป็นอย่างนั้น(คือเป็นอย่างเรื่องของ ฌาน ตามหลักพุทธศาสนา)

ขอให้ท่านทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์ หรือ ฆราวาส ผู้มีศรัทธาในพุทธศาสนา ได้ทำความเข้าใจ ได้คิดพิจารณาเพื่อให้เกิดความรู้ที่จักจรรโลงศาสนาให้เจริญสืบไป ขอให้เจริญในธรรม

จ่าสิบตรี เทวฤทธิ์ ทูลพันธ์ (ผู้เขียน)
๓๐ กรกฏาคม ๒๕๕๕
เทวดา
 
โพสต์: 149
ลงทะเบียนเมื่อ: อา. ก.พ. 07, 2010 8:54 pm

ย้อนกลับไปยัง สนทนาธรรม,บทความ

ผู้ที่กำลังออนไลน์

ผู้ที่กำลังดูฟอรั่มนี้เป็นสมาชิก: ไม่มีสมาชิกใหม่ ท่าน และ 2 บุคคลทั่วไป

cron