เมนูสำหรับผู้ช่วยดูแลบอร์ด ]

ถาม-ตอบ เรื่องของ ฌาน(ชาน)และญาณ(ยาน)

สนทนาธรรม,บทความ และนิทาน

ถาม-ตอบ เรื่องของ ฌาน(ชาน)และญาณ(ยาน)

โพสต์โดย เทวดา » จ. ส.ค. 20, 2012 8:08 pm

บทความถาม-ตอบ นี้จำต้องขออนุญาตต่อผู้ที่ได้ถามคำถามดังกล่าวมา ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นคำถามที่มีประโยชน์ต่อบรรดาท่านพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย อันจักก่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่หลงติดอยู่เพียงแค่ในตำรา ข้าพเจ้าจึงได้นำมาเขียนเป็นบทความ ถาม-ตอบ เพื่อให้ท่านทั้งหลายที่ใฝ่รู้ใฝ่ทางธรรม ได้นำไปคิดพิจารณา เพื่อให้เกิดความเข้าใจในหลักพุทธศาสนาอย่างถ่องแท้

คำถามเกี่ยวกับ ฌาน(ชาน) และ ญาณ(ยาน)
1...อารมณ์ตั้งแต่ฌาณ 1ถึงฌาน(ชาน) 5 แต่ละอารมณ์เป็นอย่างไรต่างกันอย่างไร

2...แล้วถ้าสมมุติว่าเราถึงฌาน(ชาน)5 ถ้าเลิกนั่งสมาธินานๆๆ ฌาน(ชาน)จะหายไหม

3...แล้วการนั่งสมาธิให้ได้ฌาน(ชาน)กับได้ญาณ(ยาน)มันต่างกันยังไง แล้วนั่งแบบให้ถึงได้ฌาน(ชาน) กับนั่งแบบไหนถึงได้ญาณ(ยาน)

4...แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าเราเหมาะกับวิธีแบบไหน

5..แล้วญาณ(ยาน)กับฌาน(ชาน)มันต่างกันยังไง เกี่ยวข้องกันยังไง

ตอบ...
๑. ถ้าถามถึงอารมณ์ขณะปฏิบัติสมาธิ หรือนั่งสมาธิ แล้วเกิด ฌาน(ชาน) (อันนี้ต้องอ่านช้าๆ แล้วทำความเข้าใจให้ดี)

อารมณ์โดยรวมเรียกว่า "กิเลส" คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง มีผลตามมา คือ ตัณหา คือความอยาก ฯลฯ อารมณ์โดยแยก คือ วิตก วิจาร ปิติ สุข จนถึงความมีสมาธิ หรือ ความมีจิตใจตั้งมั่น แม้จะมีกิเลสอยู่ แต่จะสามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่ง คือ ความมีสติ สัมปชัญญะ เกิดขึ้น

๒.ถ้าคุณปฏิบัติสมาธิ หรือฝึกสมาธิ หรือนั่งสมาธิ จนจิตมีความเป็น เอกัคคตา มีจิตใจแน่วแน่ ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่วิตก วิจาร ปีติ สุข หรือความเป็นจิตตั้งมั่นดีแล้ว แม้จะไม่ได้นั่งสมาธินานๆๆ ความมีจิตตั่งมั่น หรือความมีสมาธินั้น ก็ยังคงอยู่ ทั้งนี้เพราะเป็นธรรมชาติที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่เกิด แต่อาจจะมีความหย่อนลงบ้าง หากไม่หมั่นฝึกฝนเสมอเสมอ เพราะคุณก็จะถูกคลื่นกิเลสไหลเข้าครอบงำได้ขอรับ

๓.การนั่งสมาธิ แล้วเกิด ฌาน(ชาน)ไม่ใช่ ให้ได้ ฌาน(ชาน) ส่วนคำว่า ญาณ(ยาน) คือ ความรู้ทั้งหลายที่คุณสามารถระลึกนึกถึง หรือสามารถนำออกมาใช้ได้ในทุกกรณีที่เกี่ยวข้อง
ญาณ(ยาน) ก็ต้องศึกษาหาความรู้ ทำความเข้าใจให้เป็นไปตามหลักความจริง และจดจำไว้ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยสมาธิ เป็นเครื่องมือประกอบ ส่วน ฌาน(ชาน) คือ ธรรมชาติ ที่เกิดจากการ ฝึกสมาธิ หรือปฏิบัติสมาธิ ที่กล่าวว่า ธรรมชาติ ก็เพราะถึงคุณจะไม่ปฏิบัติสมาธิ คุณก็จะเกิด วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา ได้เช่นกัน

๔. วิธีไหนก็เหมาะกับทุกคนอยู่แล้ว มันขึ้นอยู่กับตัวคุณ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับวิธีการ
๕. ให้ย้อนกลับไปอ่าน ข้อ ๓(สาม)
เทวดา
 
โพสต์: 149
ลงทะเบียนเมื่อ: อา. ก.พ. 07, 2010 8:54 pm

ย้อนกลับไปยัง สนทนาธรรม,บทความ

ผู้ที่กำลังออนไลน์

ผู้ที่กำลังดูฟอรั่มนี้เป็นสมาชิก: ไม่มีสมาชิกใหม่ ท่าน และ 7 บุคคลทั่วไป

cron