เมนูสำหรับผู้ช่วยดูแลบอร์ด ]

การรู้ในกายตน ถาม-ตอบ

สนทนาธรรม,บทความ และนิทาน

การรู้ในกายตน ถาม-ตอบ

โพสต์โดย เทวดา » ส. ก.ย. 01, 2012 8:36 pm

ถาม...การรู้ในกายตน ต้องรู้ตลอดเวลาไหมค่ะเช่น เราเคลื่อนไหวตัว เปลี่ยนอิริยาบถจากนั่งเป็นนอน จากนอนเป็นนั่ง จากนั่งเป็นเดิน เดินเท้าซ้าย เท้าขวา รู้ไปเรื่อยๆ ใจเราก็เคลื่อนที่ไปเรื่อยๆแบบนี้เป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องหรือเปล่าคะ บางอิริยาบถเราอยู่นิ่งๆ เช่น นั่งพักเฉยๆ เราก็รู้ลมหายใจเข้า - ออก พอเราลุกขึ้นเดิน เราก็รู้ว่าเราเดิน พอทำงาน ยกแขน ยกมือ ก้มตัว ยืนสลับขารู้ว่าจะสลับขา (ทุกวันต้องยืนนานๆค่ะ เมื่อยบ่อยก็ต้องทิ้งน้ำหนักสลับขา) เป็นต้น
การปฏิบัติแบบนี้ คือ เรารู้ตัวเรา รู้ในกาย หรือเราสะเปะสะปะกันแน่คะ สับสนว่า ถ้าใจเราเป็นไปแบบนี้ คือ รู้ไปตามอิริยาบถต่างๆเรื่อยๆ กับการที่เราเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างเดียวเช่น เราเลือกดูลมหายใจก็ดูไปอย่างเดียว จะอิริยาบถไหนก็ดูแต่ลม แบบไหนที่ถูกต้องในการปฏิบัติคะ


ตอบ.....
ก่อนที่ข้าพเจ้าจะสอนวิธีการหรือให้คำแนะนำต่อคุณและท่านทั้งหลายที่ได้เข้ามาอ่าน ได้ศึกษา ได้เล่าเรียน คุณผู้เขียนถาม จะต้องทำความเข้าใจในภาษาไทยและบริบทของภาษาที่ข้าพเจ้าจะอธิบายให้เกิดความเข้าใจ และต้องทำความเข้าใจเอาไว้ว่า คำสอน คำอธิบายของข้าพเจ้าไม่ใช่เป้นการขัดศรัทธาคือความเชื่อของคุณและท่านทั้งหลาย แต่ข้าพเจ้าจะสอนจะอธิบายให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่สับสนปนเป หรือบิดเบือนหลักการทางพระไตรปิฎก ความว่า...

อันธรรมชาติของมนุษย์(ในที่นี้หมายเอาเฉพาะมนุษย์) ย่อมรู้สึกในทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวตัวเช่นไร จะเปลี่ยนอิริยาบถอย่างใด นั่นเป็นเพราะร่างกายของมนุษย์มีระบบการทำงานของร่างกายทำให้เกิดมีสติสัมปชัญญะ คือ ความรู้สึกตัวและระลึกได้ โดยอัตโนมัติ คือ ตามธรรมชาตินั่นเอง

มาถึงสิ่งที่คุณถาม คุณต้องรู้จุดประสงค์ของการกระทำของคุณว่า สิ่งที่คุณปฏิบัตินั้น เป็นการปฏิบัติสมาธิ หรือเป็นการปฏิบัติ สติปัฏฐาน อันนี้ต้องแยกกันนะขอรับ ไม่ฝึกปฏิบัติผสมปนเปกัน
[b]ถ้าคุณ ปฏิบัติเพื่อฝึกสมาธิ ก็ไม่จำเป็นที่คุณจะต้อง กำหนดรู้อย่างที่คุณเล่ามา เพราะพฤติกรรมการกระทำของคุณนั้น เป็นการใส่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องให้กับระบบประสาทหรือระบบการทำงานของร่างกาย


ถ้าหากคุณกำหนดเพียงลมหายใจเข้าออก คุณก็ย่อมมีสติสัมปชัญญะ รู้สึกตัวและระลึกได้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ไม่ว่าจะเปลี่ยนอิริยาบถอย่างไร จะเคลื่อนไหวโยกย้ายร่างกายอย่างไร อันเป็นไปโดยอัตโนมัติ คือเป็นธรรมชาติของตัวคุณอยู่แล้ว
ที่ข้าพเจ้าได้กล่าวอธิบายไปข้างต้น มีความหมายว่า คุณไม่จำเป็นต้องไประลึกนึกถึงหรือรู้ตามอิริยาบถที่คุณกำลังกระทำอยู่ เพราะระบบประสาทของคุณจะรู้ได้เอง เพราะคุณกำลังมีสมาธิ ด้วยการกำหนดลมหายใจเข้าออก

ในอีกรูปแบบหนึ่ง ถ้าหากจะปฏิบัติ สติปัฏฐานสี่ ก็ต้องเป็นในเรื่องของ กาย เวทนา จิต ธรรม (ในที่นี้จะไม่อธิบาย) ไม่ใช่เรื่องของการปฏิบัติสมาธิหรือฝึกสมาธิ และไม่ใช่วิธีการที่คุณเล่ามา คือ จะเดินก็ต้องรู้ ย่างเท้าก็ต้องรู้ เปลี่ยนอิริยาบถ ก็ต้องรู้ ฯลฯ นั่นมันเป็นการคิด เป็นการแยกสมาธิ ไม่ใช่เป็นการปฏิบัติสมาธิ เพราะการปฏิบัติสมาธิ คือ การทำให้ใจสงบ ทำให้ใจแน่วแน่ หรือ ความตั้งมั่นในใจ นั่นคือ ไม่คิด ไม่ฟุ้งซ่าน ได้ยิน แต่ไม่คิด ได้เห็น แต่ไม่คิด เพียงแค่รู้ว่า เสียงนั้น เป็นเสียงอะไร นั่นคือการคิด อย่างนี้เป็นต้น และต้องทำความเข้าใจเอาไว้คำอธิบายข้างต้น เป็นเรื่องของช่วงเวลาขณะปฏิบัติสมาธิ และสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้

สิ่งที่ข้าพเจ้าได้อธิบายได้สอนไปข้างต้นนั้น มิได้บังคับให้เชื่อ แต่ให้ท่านทั้งหลายได้คิดพิจารณาให้เป็นไปตามหลักความจริง [/b]
เทวดา
 
โพสต์: 149
ลงทะเบียนเมื่อ: อา. ก.พ. 07, 2010 8:54 pm

ย้อนกลับไปยัง สนทนาธรรม,บทความ

ผู้ที่กำลังออนไลน์

ผู้ที่กำลังดูฟอรั่มนี้เป็นสมาชิก: ไม่มีสมาชิกใหม่ ท่าน และ 6 บุคคลทั่วไป

cron