เมนูสำหรับผู้ช่วยดูแลบอร์ด ]

ส่งเสริม พ.ร.บ.นิรโทษกรรมดี หรือ คัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมดี

สนทนาธรรม,บทความ และนิทาน

ส่งเสริม พ.ร.บ.นิรโทษกรรมดี หรือ คัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมดี

โพสต์โดย เทวดา » ศ. ส.ค. 02, 2013 10:52 am

ส่งเสริม พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ดี หรือ คัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ดี

บทความนี้ เป็นบทความที่เกี่ยวข้องกับศาสนา เป็นส่วนรายละเอียดปลีกย่อยของ หิริ ความละอายต่อการกระทำบาป ละอายต่อการกระทำความชั่ว ความไม่ดี ,โอตตัปปะ ความเกรงกลัวบาป ความเกรงกลัวต่อการกระทำบาป กระทำความชั่วความไม่ดี เกรงกลัวไม่อยากเข้าใกล้ต่อความชั่ว ความไม่ดีทั้งหลาย ขอให้ท่านทั้งหลายได้คิดพิจารณาเถิด
ในช่วงระยะเวลาปัจจุบันนี้ มีข่าวหรือเหตุการณ์หลายๆเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนักสำหรับประชาชนในหลายๆด้านท่านทั้งหลายคงได้สัมผัสได้ประสบกันอยู่บ้างแล้ว
แต่มีข่าวหนึ่งหรือเหตุการณ์หนึ่งที่ประชาชนไม่ค่อยจะชอบใจนักเพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ลุกลามปานปลายกลายเป็นความขัดแย้งที่รุนแรง นั่นก็คือข่าว “การนำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้าพิจารณาในสภาฯ” ฝ่ายที่เห็นด้วยก็มี ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็มี ทำให้เกิดการชุมนุมเรียกร้องทั้งสองฝ่าย จนอาจจะกลายเป็นชนวนของความรุนแรงขึ้นอีก แม้จะเลิกรากันไปแล้ว ก็ใช่ว่าจะสิ้นสุดหรือยุติ ความขัดแย้งย่อมจะเกิดขึ้นอีกได้เพราะความขัดแย้งกันในเรื่องของ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
สำหรับ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม นั้น ย่อมเกิดจากผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของ กฎหมาย จะรู้มาก หรือรู้ไม่มากก็ตามแต่ ก็ถือได้ว่า พ.ร.บ.ดังกล่าว เกิดจากผู้ที่มีความรู้ในข้อกฎหมาย และได้เคยเห็นตัวอย่างในอดีต ที่มี พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ยกประโยชน์ให้ผู้กระทำผิดไร้ความผิด กันมาแล้ว ผู้ที่มีความรู้ดังกล่าว จึงอยากให้มี พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ขึ้นอีก ก็มีเหตุผลเดียวกับครั้งในอดีตนั่นแหละ พ.ร.บ.ดังกล่าวดีหรือไม่ดีกันละ ผู้ที่มีความรู้ทางด้านกฎหมายย่อมรู้ดี แต่พวกที่ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี ก็คือพวกประชาชนที่ เฮ..เฮ..เฮ..ตามเขาไปชุมนุม จะด้วยเหตุผลใดใดก็ตามแต่ เขาเหล่านั้นคือ พวกที่ไม่รู้เหตุผลที่แท้จริง อัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สามารถบัญญัติขึ้นใช้ได้ แต่ก็บัญญัติขึ้นใช้เพียงครั้งเดียว เพียงกลุ่มเดียว เป็นการลบล้าง กฎหมายที่มีอยู่เดิมซึ่งเป็นกฎหมายหลัก เป็นกฎหมายที่ใช้บังคับต่อประชาชนคนทั่วไปมาช้านาน ดังนั้น จึงมีผู้ที่รู้ข้อกฎหมายอีกนั่นแหละ เคลื่อนไหวออกมาคัดค้าน ถึงขั้นชุมนุมเรียกร้อง และบ้างก็ยื่นหนังสือถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ การนำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษฯ ให้ยกเลิกการนำร่างเข้าสู่สภาฯ ดังที่เป็นข่าวให้เห็นให้ได้รับรู้กันอยู่ แล้วผู้ที่ เฮ..เฮ..เฮ.. ตามเขาไปร่วมชุมนุมเคลื่อนไหวคัดค้าน รู้กันบ้างไหมละ ตอบได้เลยว่า รู้เท่าที่เขาเล่าให้ฟัง ไม่ได้รู้ว่าข้อเท็จที่พวกผู้รู้กฎหมายทั้งหลายเหล่านั้น คัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษฯ กันเพราะเหตุใด
ความจริงแล้ว ในวิธีการพิจารณาคดีความในชั้นศาล ย่อมต้องมีปัจจัยประกอบในหลายด้าน ยกตัวอย่างเช่น พยานบุคคล(ในที่นี้จะไม่กล่าวถึงรายละเอียด),พยานสิ่งแวดล้อม,เจตนา,หลักฐานประกอบ และอื่นๆ ถ้า จำเลย หรือผู้ที่กระทำผิด ขาดเจตนาที่จะกระทำผิด หรือ อาจถูกชักชวนด้วยความหลงผิด ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงกาลศาล ก็ย่อมจะมีเหตุอันบรรเทาโทษอยู่แล้ว อาจจะทำทัณฑ์บน หรืออาจจะพิพากษาตามโทษานุโทษ และรอลงอาญาเอาไว้ เพื่อมิให้ผู้กระทำผิดกลับมากระทำผิดซ้ำสอง อย่างนี้เป็นต้น ส่วนผู้ที่กระทำผิดขั้นรุนแรง หรือเป็นแกนนำ หรือเป็นตัวต้นคิดหรือเป็นผู้นำในการกระทำ ที่เป็นโทษทางอาญาคงต้องพิจารณากันไปตามกฎหมาย จะได้รับโทษมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำและเจตนา
ดังนั้น จึงเกิดผู้รู้ทางด้านกฎหมายขึ้นมาสองฝ่าย ซึ่งต่างฝ่ายก็ย่อมมีความคิดที่แตกต่างกัน ต่างฝ่ายต่างก็หวังผลประโยชน์จากการกระทำของฝ่ายตน จึงเกิดการขัดแย้งคัดค้านกัน จนในที่สุดก็คงจะไม่พ้นความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นตามมา เมื่อท่านทั้งหลายที่ได้อ่านได้รู้ตามที่ข้าพเจ้าได้อรรถาธิบายไป ท่านทั้งหลายมีความคิดเห็นอย่างไรกันบ้างละขอรับ จะส่งเสริม พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ไม่เปิดเผยรายละเอียด แล้วก่อให้เกิดความขัดแย้งคัดค้านกันอย่างรุนแรง หรือ ส่งเสริม พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่เปิดเผยรายละเอียด หรือจะ ไม่ต้องมี พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ก็ได้ เพื่อความปรองดองของประชาชน
อีกประการหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องมี กฎหมายปรองดองแห่งชาติ อะไรนั่นดอกนะ มันเป็นเพียงของหลอกเด็ก แค่พวกท่านทั้งหลาย ทุกฝ่าย ทุกกลุ่ม หยุดการเคลื่อนไหวทุกรูปแบบ อย่างแก่งแย่งแข่งกัน เพื่อหวังเพียงได้เสียงข้างมาก หันหน้าเข้าหากัน สามัคคี ปรึกษาหารือกัน เพื่อความเจริญก้าวหน้า ของประเทศชาติ เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชน จะมีประโยชน์กว่า และดีกว่า ที่จะไปออกกฎหมายนั้นกฎหมายนี้ พ.ร.บ.นั้น พ.ร.บ.นี้ แล้วทำให้เกิดความขัดแย้ง เกิดการแตกแยกของคนชาติ พวกท่านทุกกลุ่มทุกฝ่าย ทุกคน ไม่ได้อะไรจากพฤติกรรมและการกระทำของพวกท่านดอกขอรับ พวกท่าน ได้เพียงแค่ ความคิด การระลึกนึกถึง อารมณ์ ความรู้สึก เท่านั้น นอกนั้นพวกท่านไม่ได้อะไรเลย จงอย่าทำตัวเป็นพวกไร้ศาสนาเลยขอรับ ไปคิดพิจารณากันให้ดีเถิด
จ่าสิบตรี เทวฤทธิ์ ทูลพันธ์ (ผู้เขียน)
๑ สิงหาคม ๒๕๕๖
เทวดา
 
โพสต์: 149
ลงทะเบียนเมื่อ: อา. ก.พ. 07, 2010 8:54 pm

ย้อนกลับไปยัง สนทนาธรรม,บทความ

ผู้ที่กำลังออนไลน์

ผู้ที่กำลังดูฟอรั่มนี้เป็นสมาชิก: ไม่มีสมาชิกใหม่ ท่าน และ 1 บุคคลทั่วไป

cron