เมนูสำหรับผู้ช่วยดูแลบอร์ด ]

วิสัชชนา การฝึกสติปัฏฐาน ๔

สนทนาธรรม,บทความ และนิทาน

วิสัชชนา การฝึกสติปัฏฐาน ๔

โพสต์โดย เทวดา » พฤ. ก.ย. 26, 2013 1:48 pm

วิสัชชนา การฝึกสติปัฏฐาน ๔
การที่บุคคลจะทำสิ่งใด หากไม่มีความรู้ไม่มีความเข้าใจในการกระทำสิ่งนั้น ก็ย่อมยากที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายได้ อาจมีข้อผิดพลาด เสียเวลา และอะไรอีกหลายๆอย่าง ซึ่ง pjย่อมจะทำให้เกิดอาการที่ผิดปกติภายในจิตใจร่างกายได้ นี้เป็นเรื่องจริงนะขอรับ

ข้าพเจ้าเอง ถูกอบรมขัดเกลาการอบรมจิตมาเพียงด้านเดียว อันเป็นด้านพื้นฐานของการมีสติ ก็คือ การปฏิบัติสมาธิ อย่างอื่นที่เกี่ยวกับ สติปัฏฐานสี่ ข้าพเจ้าไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย มารู้เรื่องเอาก็เมื่อตัวเอง ไปไกลเกินกว่าที่จะกลับหลังมาอีก
แต่ด้วยความที่มีจิตใจรักในพุทธศาสนา ข้าพเจ้าจึงหันกลับมาศึกษาทางด้านพุทธศาสนาในบางอย่างบางตอนที่ลึกซึ้งลงไป เพื่อเอาไว้เปรียบเทียบ และเอาไว้อธิบายให้ผู้ศรัทธาในพุทธศาสนา ได้รู้ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้

สติปัฏฐาน สี่ เป็นหลักวิธีการในการปฏิบัติ ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน เรื่อยไป เพื่อให้บุคคลถึง ระดับอริยบุคคล ดังนั้น ใครผู้ใด จะตอบอย่างไรอันเกี่ยวข้องกับการมีสติ ก็ย่อมถูกทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับความรู้ความเข้าใจของแต่ละบุคคล
เนื่องจาก สติปัฏฐานสี่ เป็นหลักวิธีหรือวิธีการในการที่จะปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมทั้งหลาย อันอาจนำไปสู่ความเป็นอริยบุคคล หลุดพ้นจากอาสวะ จนบรรลุธรรมตั้งแต่ชั้นโสดาบันเป็นต้นไป ในหลักวิธีหรือวิธีการเหล่านั้น จึงเป็นการบอกกล่าวแบบกว้างๆ แต่ถ้าท่านทั้งหลายได้อ่าน และคิดพิจารณาไปอย่างช้าๆ ก็จะพบความลับในหลักวิธีหรือวิธีการ สติปัฏฐานสี่

การจะปฏิบัติตามหลัก สติปัฏฐานสี่ ต้องประกอบไปด้วยความรู้ความเข้าใจในหลายด้าน คือ ความรู้ด้าน กาย,ความรู้ด้าน เวทนา,ความรู้ทางด้าน จิต,ความรู้ทางด้าน ธรรมะ

ขอย้ำว่าต้องมีความรู้ตามที่ข้าพเจ้าแนะแนวทางไป จะขาดความรู้อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ถ้าหากบุคคลมีความรู้มีความเข้าใจในทั้งสี่ด้านแล้ว ก็จะเกิดความเข้าใจในหลักวิธีหรือวิธีการแห่ง สติปัฏฐานสี่ อย่างแน่นอน

จ่าสิบตรี เทวฤทธิ์ ทูลพันธ์ (ผู้เขียน)


asoka เขียน: แสดงความคิดเห็น
:b38:
สติปัฏฐาน 4 จบลงที่รู้ทันปัจจุบันอารมณ์ คำเดียว
กาแฟ

ตอบ....
เฮอ...เฮอ...เฮอ.... มันน่าหัวร่อ กับความรู้เท่าไม่ถึงกาลของพวกคุณยิ่งนัก ข้าพเจ้าเห็นมามากแล้ว กับพวกที่มักชอบเข้าใจว่า การฝึกสติปัฏฐานสี่ เพื่อให้รู้เท่าทันอารมณ์ ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า....อนิจจา พุทธศาสนา ถูกทำลายลงสิ้นแล้ว ด้วยความอวดรู้อวดฉลาด ไม่ใช่เฉพาะคุณคนเดียวดอกนะ มีเยอะมาก แถมยังเป็นบุคคลากรทางพุทธศาสนาอีกด้วย
ที่ข้าพเจ้ากล่าวไป มิได้เป็นการดูถูกดูหมิ่นดอกนะ แต่พวกท่านไปคิดพิจารณาให้ดีเถอะว่า การที่บุคคลจะรู้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้นั้น ต้อง อาศัยอะไร และฝึกปฏิบัติอย่างไร
พวกคุณทุกคนเลยนะที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับ สติปัฏฐาน ให้ไปคิดพิจารณาให้ดี แล้วก็กลับไปอ่าน หลักการที่ข้าพเจ้าสอนให้เกี่ยวกับการปฏิบัติ สติปัฏฐานสี่ อย่าดื้อ อย่าเถียง เพราะพวกคุณอย่างมากก็แค่ ผู้ทำลาย ไม่ใช่ผู้สร้างเหมือนข้าพเจ้า


asoka เขียน:แสดงความคิดเห็น
รู้ทันปัจจุบันอารมณ์ ระลึกได้ ไม่ลืม นั่นคืองานของสติ ตรงๆเลย

ณ ปัจจุบันอารมณ์นั้น จะเปลี่ยนแปลงจากหยาบ ไปหาละเอียด กาย.....เวทนา.....จิต.....ธรรม เกิดครบทั้ง 4 ฐาน ทุกผัสสะอารมณ์ มีแต่ว่าคนผู้นั้น มีสติ ปัญญา สมาธิ แหลมคม ลึก ละเอียด เพียงใด ถ้าแหลมคมพอก็จะรู้ทันทั้ง 4 ฐานเสมอ สังเกตดูให้ดีนะครับ

ลองอธิบายวิธีปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 ตามแนวทางที่ท่านว่าถูกต้องมาให้ดูซิครับ ดูว่ามันจะตรงกับ ความหมายในสติปัฏฐานสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงสอนหรือเปล่านะครับ


ตอบ.....
สุตตันตภาชนีย์
[๔๓๑] สติปัฏฐาน ๔ คือ
๑. ภิกษุในศาสนานี้ พิจารณาเห็นกายในกายภายในเนืองๆ อยู่พิจารณาเห็นกายในกายภายนอกเนืองๆ อยู่ พิจารณาเห็นกายในกายทั้งภายในและภายนอกเนืองๆ อยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติกำจัดอภิชฌาและโทมนัสเสียได้ในโลก
๒. พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาภายในเนืองๆ อยู่ พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาภายนอกเนืองๆ อยู่ พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งภายในและภายนอกเนืองๆ อยู่ มีความเพียรมีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสเสียได้ในโลก
๓. พิจารณาเห็นจิตในจิตภายในเนืองๆ อยู่ พิจารณาเห็นจิตในจิตภายนอกเนืองๆ อยู่ พิจารณาเห็นจิตในจิตทั้งภายในและภายนอกเนืองๆ อยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌา และโทมนัสเสียได้ในโลก
๔. พิจารณาเห็นธรรมในธรรมภายในเนืองๆ อยู่ พิจารณาเห็นธรรมในธรรมภายนอกเนืองๆ อยู่ พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งภายในและภายนอกเนืองๆอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสเสียได้ในโลก

อ่านความจากพระไตรปิฎกด้านบนแล้วลองคิดพิจารณาซิว่า เขาสอนเรื่องอะไร ต้องเรียนรู้เรื่องอะไร สิ่งทั้งหลายเหล่านั้นเกี่ยวข้องต่อเนื่องสัมพันธ์กันอย่างไร ส่วนที่คุณถามมา ข้าพเจ้ามีคำตอบให้อยู่แล้ว เพียงแค่คุณกลับไปอ่านคำสอนของข้าพเจ้านั่นแหละคือ วิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง เพียงแต่ ข้าพเจ้าไม่เขียนในรายละเอียด เขียนเพียงหลักการเอาไว้ ถ้าคุณฉลาด คุณอ่านแล้วคุณก็ต้องคิดได้พิจารณาได้ แต่ถ้าคุณโง่ คุณก็ไม่รู่อยู่ดีนั่นแหละ จะอธิบายอย่างไร คุณก็ไม่รู้อยู่ดีนั่นแหละ เพราะคุณมันก็แค่หลงทางไปไกลแล้วกลับคืนไม่ได้แล้วขอรับ



อโศก....แสดงความคิดเห็น
quote="asoka"]:b12: :b12:
คำสอนของคุณจ่าก็ดูดี แต่ก็คงไม่เหนือกว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าแน่ ตอนนี้ผมฝ่าด่านร้อยพันคำสอน มาถึงคำสอนตรงๆจากพุทธบิดาแล้วจึงเคารพแต่ไม่เชื่อคำสอนอื่นๆอีก

ผมไปเปิดอ่านดูสติปัฏฐานสูตรแปลในหนังสือสวดมนแปลฉบับสวนโมกข์ เห็นมีแต่ว่า
เธอพึงเฝ้าพิจารณา...เห็นกายในกาย.....เห็นเวทนาในเวทนา....เห็นจิตในจิต....เห็นธรรมในธรรม อยู่เนืองๆ
มีความเพียรอย่างจดจ่อต่อเนื่องไม่ลดละ มคปัญญาและสตินำความยินดียินร้ายในโลกออกเสียให้ได้ ....ความสรุปเป็นอย่างนี้ ไม่เห็นมีเรื่องกายนอกอยู่ด้วยคุณจ่าคัดอันที่แปลผิดมาหรือเปล่าครับ


ตอบ......
ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...ข้าพเจ้าบอกแล้วว่า พวกคุณเป็นประเภทหลงทาง กลับคืนไม่ได้ ...คุณกลับไปอ่านความในพระไตรปิฎกที่ข้าพเจ้านำมาอ้างอิงไว้ให้ดีซิ ว่ามันมีครบถ้วนหรือไม่
อนึ่ง พวกคุณทุกคน ไม่ว่าจะอยู่เพศใด ควรได้คำนึง แลระลึกเอาไว้ว่า คำสอนในศาสนา ไม่ใช่เป็นคำสอนเพียงแค่ตื้นๆ แบบคนรับประทานไอโอดีนน้อยดอกนะขอรับ
ถ้าศาสนาสอนเพียงอย่างที่คุณกล่าวมาหรืออ้างอิงถึง ก็คงไม่ต้องมานั่งปฏิบัติธรรมทางศาสนาดอกนะ ไปฝึกเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมอื่นๆ ยังจะดีกว่า เพราะได้ทั้งสติ ได้ทั้งสมาธิ ไปพร้อมๆกัน แถมยังมีความแคล่วคล่องว่องไว รู้ถึงกาย รู้ถึงจิต รู้ถึงธรรม ได้ดีกว่าการมานั่งเรียนนั่งศึกษา ศาสนาด้วยซ้ำไป
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่ว่ามนุษย์จะศึกษาหรือเล่าเรียนหรือกระทำกิจกรรมใดใด ก็ย่อมหนีไม่พ้นหลักธรรมทางศาสนา อย่างน้อยก็มีศาสนาศรีอาริย์ หนึ่งศาสนา ที่ไม่ว่าจะกระทำอย่างไร ก็หนีไม่พ้นหลักธรรมทางศาสนาศรีอาริย์
ข้าพเจ้าก็สอนและแนะนำพวกคุณได้เท่านี้แหละนะ
เพราะครั้นจะสอนตามแนวทางสติปัฏฐาน๔ ต่อเติมเพื่อให้เกิดความเข้าใจ พวกคุณก็คงไม่รู้เรื่อง เพราะพวกคุณไม่เข้าใจความในพระไตรปิฎก จบเลยขอรับ
เทวดา
 
โพสต์: 149
ลงทะเบียนเมื่อ: อา. ก.พ. 07, 2010 8:54 pm

ย้อนกลับไปยัง สนทนาธรรม,บทความ

ผู้ที่กำลังออนไลน์

ผู้ที่กำลังดูฟอรั่มนี้เป็นสมาชิก: ไม่มีสมาชิกใหม่ ท่าน และ 2 บุคคลทั่วไป

cron