เมนูสำหรับผู้ช่วยดูแลบอร์ด ]

นิทานดอกบัว

สนทนาธรรม,บทความ และนิทาน

นิทานดอกบัว

โพสต์โดย malisa » อา. พ.ย. 22, 2009 10:34 pm

รูปภาพ


นิทานดอกบัว



ขอย้อนกล่าวถึงชายเข็ญใจ ที่ได้ถวายดอกบัวแปดดอกแก่พระมาลัยนั้น ต่อมาเขาล้มป่วยลง และรู้ตัวว่า คราวนี้คงไม่รอดเอื้อมหัตถ์มัจจุราชแน่ๆ พอดีก็ระลึกถึงดอกบัวที่เขาถวายพระเถระขึ้นมาได้ และดูเหมือนเขานึกถึงแต่เรื่องดอกบัวนี้อยู่ จนกระทั่งสิ้นลมหายใจ ในที่สุด ก็ไปบังเกิดเป็นเทพบุตร ในปราสาท ดอกบัว สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีนางฟ้านางสวรรค์ จำนวนพันหนึ่ง เป็นบริวาร

เล่ากันว่า ปราสาทดอกบัวของเทพบุตรองค์นี้ สร้างด้วยแก้วเจ็ดประการ สวยงามล้ำเลิศยิ่งนัก โดยเฉพาะภายในปราสาท กระหึ่มด้วยเสียงดนตรีทิพย์ ที่มวลสาวสวรรค์ทั้งหลาย จัดสรรมาบำเรอตลอดเวลา

ทุกขณะ ไม่ว่าเทพบุตรนั้นจะก้าวเท้าเดินไปไหน แม้กระทั่งในปราสาท ดอกบัวทิพย์จะปรากฏผุดขึ้นมารองรับ เท้าของเขาทุกๆ ก้าว และเหนือสิ่งอื่นใด กลิ่นปากของเทพบุตรองค์นี้ หอมฟุ้งขจรขจายไปทั่วสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ตลอดเวลา ประหนึ่งว่า กลิ่นดอกบังฉะนั้น

และเพราะกลิ่นหอมหวลนี่เอง ทำให้พวกเทวดาบนสวรรค์ ต่างพากันแปลกใจฉงนฉงานไปตามๆกัน ด้วยไม่ทราบว่า ต้นตอของกลิ่นมาจากที่ไหน จนอดรนทนไม่ไหว จึงพากันเข้าไปทูลพระอินทร์ว่า

"ขอเดชะ ขณะนี้มีกลิ่นประหลาดกลิ่นหนึ่ง หอมฟุ้งขจรขจายอยู่บนสวรรค์ของเรานี้ พะย่ะค่ะ ข้าพเจ้าเดาเอาว่าคงเป็นกลิ่นดอกบัวอะไร ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไกลนัก และมิหนำซ้ำ ยังหอมอยู่ได้ตลอดวัน จนปวดขมอง พะย่ะค่ะ"

ฝ่ายพระอินทร์ เจ้าแห่งสวรรค์ เมื่อทรงสดับเช่นนั้น ก็นิ่งคิดอยู่เป็นครู่ ครั้นแล้วจึงเอ่ยขึ้นว่า "คงเป็นกลิ่นดอกบัว ที่เกิดใหม่ตรงโน้นกระมัง?" รับสั่งพลางชี้หัตถ์ไปที่ปราสาทดอกบัว ของเทพบุตรองค์นั้น ซึ่งมองเห็นตระหง่านอยู่เบื้องหน้า "เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เพื่อให้แน่ใจ เราไปดูกันให้ถึงที่ดีกว่า"

"ไปเมื่อไร พะย่ะค่ะ?" เทวดาพวกนั้นย้อนถาม

"เดี๋ยวนี้แหละ ชักช้าอยู่ทำไมล่ะ" พระอินทร์รับสั่งพลางเสด็จลุกขึ้นจากที่ประทับ ออกเดินนำหน้าพาเทวดาพวกนั้น ตรงไปยังปราสาทดอกบัวทันที

ครั้นมาถึงปราสาทดอกบัว องค์อินทร์ก็เสด็จเข้าไปข้างใน พอดีพบเทพบุตรเจ้าของปราสาท จึงรับสั่งทักทายขึ้นว่า

"เธอใช่ไหม ที่เป็นเจ้าของปราสาทแห่งนี้?"

"ใช่ พระเจ้าข้า" เทพบุตรดอกบัวทูลตอบ และขณะที่เปิดปากพูด กลิ่นหอมของดอกบัว ยิ่งฟุ้งอบอวลมากขึ้น "พระองค์มีธุระอะไรจะใช้ข้าพเจ้าหรือ พระเจ้าข้า?"

"เปล่าหรอกเธอ ฉันมาที่นี่ ก็เพื่ออยากคุยกับเธอนิดหน่อยเท่านั้น" พระอินทร์รับสั่งตอบ พร้อมกับสูดเอากลิ่นดอกบัวเข้าไปเต็มที่ จนแทบสำลัก

"เชิญประทับให้สำราญก่อนเถิด พระเจ้าข้า" เทพบุตรดอกบัวเชิญองค์อินทร์ประทับนั่ง พร้อมกับเทวดาผู้ติดตามด้วย

"แหม! ปราสาทเธอสวยมาก และยังมีกลิ่นดอกบัวหอมอบอวลอยู่ตลอดเวลาเสียด้วย" พระอินทร์รับสั่งชม หลังจากทรุดองค์ลงประทับนั่งเรียบร้อยแล้ว ตอนที่เธอเป็นมนุษย์ เธอทำบุญอะไรไว้นะ ถึงได้สมบัติอันงดงามขนาดนี้?"

"ข้าพเจ้าเป็นคนยากคนจน เก็บผักหักฟืนขายเลี้ยงตัวเองกับแม่ พระเจ้าข้า ต่อมาวันหนึ่ง ข้าพเจ้าไปอาบน้ำที่สระแห่งหนึ่ง ได้เก็บดอกบัว 8 ดอก มาถวายพระภิกษุองค์หนึ่ง ครั้นตายจากโลกมนุษย์ จึงได้มาบังเกิดในปราสาทดอกบัวนี้ พระเจ้าข้า"

"เธอทำบุญเพียงนั้นเองหรือ?" พระอินทร์ย้ำถามอย่างไม่แน่ใจ "ดอกบัว 8 ดอกกับสมบัติอันยิ่งใหญ่มโหฬารช่นนี้ มันเทียบกันไม่ได้เลยนี่นะ เธอ"

"แต่ข้าพเจ้าทำบุญเพียงแค่นั้นจริงๆ พระเจ้าข้า" เทพบุตรยืนยัน "ส่วนจะเทียบกันได้หรือไม่ ข้าพเจ้าไม่ทราบ"

"แหม! น่าอัศจรรย์จริง" เทวดาองค์หนึ่งที่ตามเสด็จมาด้วยสอดขึ้น "ทำบุญน้อยแต่ได้ผลมากเช่นนี้ น่าทำเหลือเกิน จริงไหม พะย่ะค่ะ?"

"จริง แต่ทว่า มนุษย์ปัจจุบันนี้ ไม่ค่อยอยากทำบุญกัน" พระอินทร์ตอบ พลางหันมาทางอุบลเทพบุตรอีก "เออ! แล้วกลิ่นดอกบัวที่ตลบอบอวลไปทั่วภิพลอยู่ขณะนี้ ก็คงจะไปจากปราสาทของเธอ ซึ่งเกิดขึ้นเพราะอานิสงส์การถวายดอกบัวแปดดอกนะซี"

"พระเจ้าข้า และกลิ่นตลบอยู่ในปราสาทของข้าพเจ้าขณะนี้ ก็ออกไปจากปากของข้าพเจ้านี่แหละ"

"เมื่อพระอินทร์และเทวดาทั้งหลาย ได้ทราบที่มาของกลิ่น ซึ่งข้องใจสงสัยเป็นหนักหนาแล้วดังนั้น แทนที่จะโมโหโกรธา ตรงเข้าเล่นงานเจ้าของกลิ่น กลับยินดีปรีดาและเลื่อมใสในการทำบุญ ด้วยดอกบัว 8 ดอกของเทพบุตรนั้นเป็นที่ยิ่ง และเมื่อเสด็จออกจากปราสาทดอกบัวแล้ว พระองค์ก็ตรงไปยังสระสวรรค์ เก็บดอกอุบลซึ่งชูช่อไสวอยู่ในสระแห่งนั้น มาสักการบูชาพระจุฬามณีเจดีย์ พร้อมกับพวกเทวดาทั้งหลายทันที และดูเหมือนว่า ตั้งแต่นั้นมา ดอกบัวในสระสวรรค์ถูกเก็บไปบูชาพระจุฬามณีเจดีย์ทุกวัน โดยพระอินทร์บ้าง พวกเทวดาบ้าง จนแทบจะเกลี้ยงสระอยู่รอมร่อ ทั้งนี้เพราะ ทั้งพระอินทร์และพวกเทวดา ต่างก็อยากได้ปราสาทดอกบัว อีกทั้งมีกลิ่นบัวหอมฟุ้งจากปากตลอดเวลา อย่างอุบลเทพบุตรบ้างนั่นเอง

แต่ยังไงก็ตาม อุบลเทพบตุรยังเสวยสุขสมบัติ อยู่ในปราสาทดอกบัวต่อมา จนกระทั่งบัดนี้ และดูเหมือนว่า จะจุติลงมาเกิดเป็นมนุษย์ ก็ต่อเมื่อพระศรีอาริย์ลงมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้านั่นเอง ซึ่งก็หมายความว่า ตอนนั้น เขาจะไม่พบกับความเข็ญใจไร้ทรัพย์ดังชาติก่อนเลย สมกับที่เขาปรารถนาไว้ต่อหน้าพระมาลัยทุกประการ

สำหรับพระมาลัยเถระ ผู้เปิดประตูนรกสวรรค์ หลังจากที่ได้เที่ยวโปรดสัตว์ผู้ยากทั้งหลาย รวมทั้งมวลมนุษย์ให้ละชั่ว กระทำความดีต่อมาอีกหลายปี ก็เข้าสู่นิพพานในที่สุดดังนี้แล



:mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:





..http://blog.hunsa.com/papamama/blog/25954
ไอคอนประจำตัวสมาชิก
malisa
 
โพสต์: 5
ลงทะเบียนเมื่อ: อา. พ.ย. 22, 2009 9:50 pm

beiju

โพสต์โดย mnop958 » อ. ธ.ค. 08, 2009 4:17 am

<a href=http://www.bigzj.com/boke.asp?helloworld.index.html>beiju</a>
mnop958
 

beiju

โพสต์โดย mnop958 » อ. ธ.ค. 08, 2009 7:22 am

<a href=http://www.bigzj.com/boke.asp?helloworld.index.html>beiju</a>
mnop958
 

Re: นิทานดอกบัว

โพสต์โดย phuttanee » ส. ม.ค. 09, 2010 9:44 am

มโทนา
www.rattanaphonchai.tht.in
phuttanee
 
โพสต์: 1
ลงทะเบียนเมื่อ: ส. ม.ค. 09, 2010 9:24 am


ย้อนกลับไปยัง สนทนาธรรม,บทความ

ผู้ที่กำลังออนไลน์

ผู้ที่กำลังดูฟอรั่มนี้เป็นสมาชิก: ไม่มีสมาชิกใหม่ ท่าน และ 10 บุคคลทั่วไป

cron