เมนูสำหรับผู้ช่วยดูแลบอร์ด ]

จิต,เจตสิก,รูป,นิพพาน ตามหลักพระอภิธรรมปิฎก ตอนที่ ๖

สนทนาธรรม,บทความ และนิทาน

จิต,เจตสิก,รูป,นิพพาน ตามหลักพระอภิธรรมปิฎก ตอนที่ ๖

โพสต์โดย เทวดา » พ. ก.พ. 24, 2010 7:56 pm

จิต,เจตสิก,รูป,นิพพาน ตามหลักพระอภิธรรมปิฎก ตอนที่ ๖

เมื่อท่านทั้งหลายได้เรียนรู้และทำความเข้าใจกันแล้วว่า
รูป คือ สิ่งที่สามารถเกิดขึ้น สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพ และสามารถเสื่อมสลายไปตามลักษณะสิ่งแวดล้อม ตามกาลเวลา ตามการกระทำ ของ ไฟ ลม ดิน น้ำ และ สิ่งซึ่งต้องอาศัย ไฟ ลม ดิน น้ำ
รูป ที่ท่านทั้งหลายสามารถมองเห็นได้ด้วยตา และไม่สามารถมองเห็นด้วยตาล้วนเป็นรูปของ ไฟ , ลม ,ดิน ,น้ำ และ รูปซึ่งต้องอาศัย ไฟ,ลม,ดิน,น้ำ

หลายๆท่านคงสงสัยว่า รูปซึ่งต้องอาศัย ไฟ ,ลม,ดิน,น้ำ นั้นเป็นอย่างไร รูปซึ่งต้องอาศัย ไฟ,ลม,ดิน,น้ำ ได้แก่ มนุษย์ทั้งหลาย ทั้งชาย หญิง (รวมถึงตุ๊ด,ทอม,ดี้),สรรพสัตว์ทั้งหลาย,สรรพพืชทั้งหลาย , อีกทั้งยังหมายรวมถึง รูปที่ถูกสร้างโดยมนุษย์,สัตว์,และพืช อีกด้วย
รูปที่เป็น ไฟ ,ลม,ดิน,น้ำ ท่านทั้งหลายคงรู้และเข้าใจกันดีบ้างอยู่แล้ว แต่อาจรู้และเข้าใจไปลึกซึ้งหรือทั่วถึง เพราะ รูป แห่ง ไฟ,ลม,ดิน,น้ำ นั้น บางอย่างก็ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา เช่น ลม หรือ แสง บางชนิดที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา แต่ตามหลักพระอภิธรรมปิฎก ได้จัดรวมไว้เป็นรูปชนิดหนึ่ง ที่แม้มองไม่เห็นได้ด้วยตา แต่สามารถสัมผัสได้ทั้งทางผิวกาย ทางจมูก ทางหู ทางลิ้น ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะรูปที่แม้ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตานั้น ก็มีรูปของมันเหมือนกัน ซึ่งในยุคปัจจุบันสามารถสร้างเครื่องมือที่ทำให้สามารถมองเห็นรูปที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา ดังที่ท่านทั้งหลายคงได้รู้ ได้เห็นกันมาบ้างแล้ว
รูป ทั้งหลาย ทั้งที่เป็น ไฟ,ลม,ดิน,น้ำ และรูปที่ต้องอาศัย ไฟ,ลม,ดิน,น้ำ ล้วนต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ล้วนสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน ตามหลักธรรมชาติ สรรพชีวิต จะดำรงชีพ หรือดำเนินกิจกรรม ไปตามกระบวนการของการเป็นอยู่บนโลก ล้วนต้องอาศัย รูปแห่ง ไฟ,ลม,ดิน,น้ำ เป็นเครื่องช่วยในการดำรงชีวิต ในการดำรงชีวิตของสรรพชีวิต ล้วนต้องอาศัยรูปทั้งหลาย ไม่ว่าจะมีรูปร่างเป็นเช่นใดก็ตาม
เหตุที่ในหลักพุทธศาสนาได้กล่าวถึง รูปที่ต้องอาศัย ไฟ,ลม,ดิน,น้ำ ก็เพราะเป็นไปตามหลักธรรมชาติ เพราะรูปเหล่านั้น เป็นรูปที่ต้องอาศัย เกี่ยวข้อง ปฏิสัมพันธ์ และใช้ ไฟ,ลม,ดิน,น้ำในการดำรงชีวิตประจำวัน ในการทำงาน ในการสร้างสิ่งของเครื่องใช้ และอื่นๆอีกมากมาย
รูป แห่ง ไฟ,ลม,ดิน,น้ำ ยังแบ่งแยกออกเป็น แสง สี กลิ่น รส อันสามารถรับรู้ด้วยการสัมผัส
ยังแบ่งแยกเป็น ธาตุต่างๆ ,แบ่งแยกเป็นแร่ธาตุต่างๆ,แบ่งแยกเป็นโลหะ อโลหะ,ทอง,เงิน,เพชร และแร่ธาตุอื่นๆอีกหลายชนิด,บ้างก็มีความจำเป็นต่อร่างกายมนุษย์เช่นอากาศธาตุ อากาศธาตุหรือความว่างเปล่าเหล่านั้น ได้รับความร้อนจากไฟ ก็จะเคลื่อนที่ เกิดเป็น ลม ฯลฯ อย่างนี้เป็นต้น ส่วนรูปซึ่งต้องอาศัย ไฟ,ลม,ดิน,น้ำ อันได้แก่มนุษย์ ทั้งหลาย ,สัตว์ทั้งหลาย พืชทั้งหลาย ก็ล้วนมี แสง สี มีกลิ่น มีรส อันสามารถ รับรู้ด้วยการสัมผัส ก็ยังแบ่งแยกออกไปได้อีกหลายหมวดหลายหมู่ บ้างก็เป็นอาหารของมนุษย์,บ้างก็เป็นอาหารของสัตว์,บ้างก็เป็นอาหารของพืช,บ้างก็ถูกนำมาดัดแปลงหรือสร้างให้เป็นอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในอาชีพของมนุษย์,หรือบ้างก็นำมาสร้างเป็นที่อยู่อาศัย ฯลฯ
รูป ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น ไฟ,ลม,ดิน,น้ำ ,มนุษย์ทั้งหลาย,สัตว์ทั้งหลาย,พืชทั้งหลาย,แสงทั้งหลาย,สีทั้งหลาย ,กลิ่นทั้งหลาย,รสทั้งหลาย อันสามารถรับรู้ด้วยการสัมผัส ล้วนเป็นเจตสิกอย่างหนึ่ง บ้างก็เป็นไปในทางที่ดี บ้างก็เป็นไปในทางที่ไม่ดี บ้างก็เป็นไปในทางที่จะว่าดีก็ไม่ใช่ จะว่าดีก็ไม่ใช่ คือเป็นกลาง
รูป ซึ่งต้องอาศัย ไฟ,ลม,ดิน,น้ำ โดยเฉพาะมนุษย์นั้น ยังสามารถแบ่งแยกออกเป็นกอง หรือหมวดหรือหมู่ เรียกว่า ขันธ์ ๕ อันได้แก่ จิตวิญญาณขันธ์,รูปขันธ์,สัญญาขันธ์,เวทนาขันธ์,สังขารขันธ์ ซึ่ง ทั้ง ๕ ขันธ์ นี้ล้วนมีในสัตว์ และพืชบางชนิด ที่มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ และ ที่มีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ แต่สัตว์ และพืชบางชนิด อาจมีเพียงบางขันธ์ คืออาจมีไม่ครบทั้ง ๕ ขันธ์

จ่าสิบตรี เทวฤทธิ์ ทูลพันธ์
๘ ก.ย.๒๕๕๒
เทวดา
 
โพสต์: 149
ลงทะเบียนเมื่อ: อา. ก.พ. 07, 2010 8:54 pm

ย้อนกลับไปยัง สนทนาธรรม,บทความ

ผู้ที่กำลังออนไลน์

ผู้ที่กำลังดูฟอรั่มนี้เป็นสมาชิก: ไม่มีสมาชิกใหม่ ท่าน และ 13 บุคคลทั่วไป

cron