กิจของพระภิกษุ
กิจเบื้องต้นแห่งปวารณา ก็เหมือนแห่งอุโบสถ เป็นแต่ในส่วนบุพพกิจ ไม่นำปาริสุทธิ นำปวารณาของภิกษุไข้มา. คำมอบให้ปวารณาว่า "ปวารณํ ทมฺมิ, ปวารณํ เม หร, มมตฺถาย ปวาเรหิ" แปลว่า "ฉันมอบปวารณาของฉัน ขอเธอจงนำปวารณาของฉันไป ขอเธอจงปวารณาแทนฉัน." นี้เป็นคำของผู้เจ็บที่แก่กว่า ถ้าอ่อนกว่า ใช้คำว่า "หรถ" แทน "หร" ใช้คำว่า "ปวาเรถ" แทน "ปวาเรหิ" พึงถือเอาความแปลโดยสมควรแก่โวหาร. ภิกษุผู้รับมอบปวารณาไป ท่วงทีจะปวารณาแทนเธอในลำดับของเธอ
วันปวารณานั้น โดยปกติเป็นวันที่ ๑๕ เรียกว่า "ปณฺณรสี" ถ้าสงฆ์ยังไม่ปวารณาในวันนั้น เลื่อนวันปวารณาออกไปอีกปักษ์หนึ่ง ก็จะพึงเป็นวันที่ ๑๔ เรียกว่า "จาตุททสี" หรือปรองดองกันเข้าได้ในวันนั้น ก็จะพึงเป็นวันสามัคคี จึงได้วันเป็น ๓ ดุจอุโบสถ. ในญัตติกล่าวเพียง "อชฺช ปวารณา" เพ่งเอาวันปกติ.
จำนวนภิกษุผู้ประชุม ๕ รูปเป็นอย่างน้อย จึงทำปวารณาเป็นการสงฆ์ได้ เกินกว่านั้นใช้ได้. มีจำนวนมากกว่าอุโบสถ ๑ รูปนั้นเข้าใจว่า เมื่อเป็นผู้ปวารณา ๑ รูป อีก ๔ รูปจะได้ครบองค์เป็นสงฆ์, ๔ รูป ๓รูป๒ รูป พึงทำปวารณาเป็นการคณะ. รูปเดียวพึงอธิษฐานเป็นการบุคคล.
ทำปวารณาเป็นการสงฆ์ พึงตั้งญัตติประกาศแก่สงฆ์ก่อนแล้วจึงปวารณา. ปวารณานั้น คือบอกให้โอกาสแก่ภิกษุทั้งหลาย เพื่อปรารถนาตักเตือนว่ากล่าวตนได้.
ธรรมเนียมวางไว้ ให้ปวารณารูปละ ๓ หน โดยปกติ ถ้ามีเหตุขัดข้อง จะทำอย่างนั้นไม่ตลอดด้วยประการใดประการหนึ่ง จะปวารณารูปละ ๒ หนหรือ ๑ หน หรือพรรษาเท่ากันให้ว่าพร้อมกันก็ได้. จะปวารณาอย่างไร พึงประกาศแก่สงฆ์ให้รุ้ด้วยญัตติก่อน.
|