เป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ ๕ ของวัดโสมนัสวิหาร
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๗๗ ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูสิริปัญญามุนี ครั้นต่อมา ในวันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ เมื่อท่านเจ้าพระคุณพระพุทธวิริยากรได้ถึงมรณภาพลง ท่านก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส
ครั้นต่อมา ในปี พ.ศ. ๒๔๘๓ ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญในนามเดิมว่า พระสิริปัญญามุนี และเป็นเจ้าอาวาสวัดโสมนัสวิหาร
ในสมัยที่ท่านเจ้าคุณพระสิริปัญญามุนีเป็นเจ้าอาวาสอยู่นี้ เป็นสมัยสงครามเอเชียบูรพาในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 การก่อสร้าง ซ่อมแซมต่างๆภายในวัดต้องหยุดชะงักหมดทั้งทุนในการก่อสร้างก็มีน้อย ถึงแม้จะมีทุนก็ทำไม่ได้ การศึกษาและการปฏิบัติก็พอทรงอยู่ ทั้งพระภิกษุสามเณรก็น้อยลง เพราะอยู่ในยามสงคราม ผู้ที่จะบวชใหม่ก็ไม่ค่อยมี ผู้ที่จะเข้ามาจากต่างจังหวัดก็มีน้อย ส่วนในด้านการจัดผลประโยชน์ของวัดเกี่ยว กับไวยาวัจกรนั้น ก็ได้จัดให้มีเป็นหลักฐาน เพื่อป้องกันการเสียหายที่จะบังเกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินของวัดโดยมีกรรมการวัดเป็นผู้ช่วยหลือ
ในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ เทศบาลนครกรุงเทพฯ(ในสมัยนั้น) ได้ขออนุญาตรื้อศาลาหน้าวัดริมคลองผดุงกรุงเกษม รวม ๕ หลัง และตัดต้นไม้ริมคลองทั้ง |