หน้าแรก
English Version
  ประวัติวัด
  แผนที่ตั้งวัด
  แผนที่ภายในวัด
  ถาวรวัตถ
  ภาพจิตรกรรม
  ลำดับเจ้าอาวาส
  จำนวนพระสงฆ์
  วันสำคัญทางศาสนา
  ตารางแสดงธรรม
  ร.ร.พระปริยัติธรรม
  ร.ร.พุทธศาสนวันอาทิตย์
  โคลงสุภาษิต
  หนังสือธรรมะ
  ศาสนกิจของเจ้าอาวาส
 
 
 
  
คุณไสยมนต์ดำ
     พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ให้ความหมายว่า คุณไสย คือ . อาถรรพณ์ คือ พิธีทำร้ายต่ออมิตร ผู้ที่เป็นศัตรู โดยเสกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เข้าในตัวหรือฝังรูปฝังรอย เรียกกันว่า กระทำคุณไสย, ผู้ถูกกระทำ เรียกว่า ถูกคุณไสย.
     คำว่า มนต์ คือ ถ้อยคําศักดิ์สิทธิ์ ที่บริกรรมเพื่อให้สําเร็จความประสงค์ เช่น โบราณใช้เวทมนตร์ในการรักษาโรคบางอย่างบางทีก็ใช้เข้าคู่กับคำ คาถา เป็น เวทมนตร์คาถา.
     ส่วนคำว่า ดำ คือ เป็นการแบ่งสาย ของการใช้คุณไสยไปในทิศทางต่างๆ ซึ่งพูดรวมๆ แล้วก็แบ่งออกเป็น ๒ ก็คือ สายขาว และสายดำ
     ๑. สายขาว หมายถึง การใช้ไปในทางที่ดี เช่น ช่วยเหลือผู้ที่ถูกกระทำ ป้องกันการกระทำจากผู้อื่น เป็นต้น
     ๒. สายดำ หมายถึง การใช้คุณไสยไปในทางที่ไม่ดี เช่น ทำร้ายผู้อื่น ให้ได้รับความลำบาก ทั้งทางร่างกายและจิตใจไปต่างๆ นาๆ หรืออาจทำให้เสียสติ และเสียชีวิตได้
คุณไสยแบบไทยๆ มีหลักๆ 4ประเภท ดังนี้
1. สายเสกเข้าท้อง

     การเสกของเข้าท้อง เป็นคุณไสยระดับต่ำ มักจะปล่อยของในวันโกน วันพระ หรือวันเสาร์ วันอังคาร เพราะเป็นวันแรง โดยใช้คาถากำกับบทเดียวกันทั้งหมด สามารถทำได้หลายแบบ เช่น เหรียญปากผี เป็นเหรียญเก่าๆ สนิมเขลอะๆ ที่ง้างมาจากปากคนตาย ผ้ามัดตราสังข์ หรือ ผ้าห่อศพ ที่พันด้วยด้ายสายสิญจน์ ตะปูตอกฝาโลง หรือจำพวกหนังสัตว์ เช่น หนังควาย หนังหมู หนังงู คุณไสยจำพวกหนังสัตว์นี้ แรกเริ่มจะมีขนาดเท่ากล่องไม้ขีด แล้วจารคาถาลงไป พอปล่อยออกไปแล้ว จะไปหาเหยื่อ แล้วไปพองในท้อง ทำให้มีอาการผิดสำแดง ข้าวปลาไม่กิน เหม่อลอย นอนไม่หลับ บางราย อาจจะเสกซากงูตายทั้งตัว ไปเข้าท้องก็มี คุณไสยระดับนี้ เป็นคุณไสยที่ชั่วร้าย ผู้กระทำตั้งใจจะเอาให้ถึงตาย หากไม่รีบแก้ อาจถึงขั้นเสียชีวิต
 
     วิธีการแก้ ให้ใช้การเสกน้ำมนต์ให้ดื่ม เพื่อขับของออกมา ส่วนใหญ่จะมารู้ว่า โดนอะไรเข้าไปก็ตอนนี้แหละ เพราะต่อให้เอ็กซเรย์ยังไง ก็หาไม่เจอ ทั้งนี้ ว่ากันว่า คนที่เกิดวันอังคาร ส่วนใหญ่จะไม่โดนของเสกเข้าท้อง เพราะเป็นคนดวงแข็ง แข็งกว่าคนเกิดวันเสาร์ ๕ เสียอีก
2. สายควบคุม
     เป็นคุณไสยในระดับขั้นกลางครับ ที่เราจะเคยได้ยินบ่อยๆ ประเภท เสน่ห์ยาแฝด การฝังรูปฝังรอย การใช้พวกหุ่นดินปั้น เขียนชื่อเหยื่อลงไป จากนั้นก็เสกปล่อยไป ด้วยการเอาไปฝังตามจุดต่างๆ เช่น ป่าช้า หรือทางสามแพร่ง
 
     วิธีแก้ไข ค่อนข้างจะยาก เพราะต้องตามของที่ทำให้เจอให้ได้ หรือไม่ ก็ทำหุ่นขึ้นมาใหม่ เรียกว่า หุ่นทำคืน โดยทำให้หุ่นเหมือนกัน แต่คืนสภาพเดิม ซึ่งประเภทนี้อาคมจะแรงมาก จะสะท้อนกลับไปยังคนที่ทำคุณไสย การทำหุ่นพวกนี้ ดินที่ใช้ปั้นต้องมีอาถรรพ์ เป็นลักษณะดินโป่ง จาก 7 ป่าช้า ถ้าเป็นในต่างประเทศ ก็คล้ายๆ กับพวกตุ๊กตาวูดู เป็นการเอารูปของเหยื่อ มาตั้งหน้ากระถางข้าวสาร ปักธูปไว้ แล้วเรียกชื่อเหยื่อแบบซ้ำๆ หรือ ปั้นตุ๊กตา เขียนชื่อเหยื่อลงไปแล้วเรียก อาทิ ถ้าเหยื่อชื่อ "คำหล้า" ก็เรียก คำหล้า คำหล้า คำหล้า คำหล้า คำหล้า ให้เรียกไปซ้ำๆ ทำไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบเร่ง ทำได้เป็นระยะๆ จนกว่าเหยื่อจะเริ่มฝันแปลกๆ กระสับกระส่าย เวิ่นเว้อ เหมือนมีใครเรียกตลอดเวลา นั่นหมายความว่า เริ่มผูกจิตกับ "คำหล้า" ได้แล้ว หลังจากนั้น ก็ใช้เข็มแทงข้าวสาร หรือตัวหุ่น ถ้าแทงตรงไหน "คำหล้า" ก็จะเจ็บตรงนั้น ลักษณะคล้ายกับตุ๊กตาวูดู
     อีกลักษณะหนึ่ง คือ ผงกระดูกผีมหาเสน่ห์ จะใช้กระดูกคนตายในวันเฮี้ยนๆ มาทำ เช่น ต้องตายทั้งกลม ตายวันเสาร์เผาวันอังคาร และเป็นกะโหลกศีรษะ ถึงจะได้ผลแรงจริง ใครโดนเข้าไป ก็จะกินไม่ได้นอนไม่หลับ คิดถึงแต่คนที่ปล่อยของจนผ่ายผอม
 
     ส่วนประเภทน้ำมันพราย ลักษณะนี้ก็จัดเป็นคุณไสยระดับต่ำ มีทั้งประเภท ยาสั่ง ยาเบื่อ ยาผีบอก จะเป็นคุณไสยระดับต่ำ กว่าเสกหนังสัตว์เข้าท้องเสียอีก เป็นสิ่งที่เข้าไปง่าย แต่ถอนออกยาก โดยเฉพาะยาสั่งนั้น เอาถึงกับเสียชีวิตเลยทีเดียว ต้องใช้การถอน ด้วยพระขันธ์ตัด เป็นพระขันธ์ทำจากเขาควายเผือกถูกฟ้าผ่าตาย เอามาตัดคาถาถึงจะได้ ซึ่่งหาไม่ได้ง่าย ๆ ส่วนใหญ่จะสืบทอดกันมา
3.สายป้องกัน
     เป็นประเภท สักเสกเลขยันต์ หรือห้อยไว้ เพื่อคุ้มกันภยันตรายทั้งหลาย ให้คลาดแคล้ว จากเภทภัยของมีคม และป้องกันพวกของคุณไสยด้วย เช่น จำพวกห้อย ตะกรุด ที่ทำจากแผ่นโลหะประเภททองแดง ทองเหลือง ดีบุก ตะกั่ว หรือหนังสัตว์ สำหรับตะกรุด ที่เก๋าสุด จะเป็นตะกรุดโสฬส ที่มีถึง 16 ดอก ทำให้อยู่ยงคงกระพัน ฟันแทงไม่เข้า นิยมมากในยุคสมัยออกรบแต่โบราณ
 

     ปรอท ซึ่งมิใช่ ปรอทวัดไข้ แต่เป็นชื่อของวัตถุลี้ลับในอากาศ เป็นเกราะสายดำ ไว้สำหรับป้องกันภัย ลักษณะเป็นแท่งดำๆ อ่อนๆ ใครอมปรอทไว้ จะเดินหนหายตัวได้ หรือแคล้วคลาด จากปืนผาหน้าไม้ ฟันแทงไม่เข้า ส่วนใหญ่มักจะลองของกันทันทีที่ทำพิธีเสร็จ ทุกครั้งที่ปรอทสำแดงเดชจะเห็นเงาดำ ๆ ยืนข้างหลังคนที่มีปรอท เหมือนเป็นสิ่งปกปักอารักษ์คุ้มครอง สำคัญคือ ระหว่างทำพิธี ต้องสยบวิญญาณให้อยู่ ไม่เช่นนั้นปรอทจะดื้อ ใช้งานไม่ค่อยได้ และเป็นภัยต่อตนเอง

 
     ยันต์ ที่มีชื่อมาก คือยันต์เกราะเพชร เป็นการเสกเป่า ไม่ใช่การสัก เวลาเข้าตัวจะขึ้นบนหน้าผากแล้วหายไป คอยคุ้มครองอันตรายจากคุณไสยแรงๆ หรือป้องกันภัยจากปืนผาหน้าไม้ แม้เสียชีวิตไปแล้ว แต่ยันต์จะยังติดอยู่กับหน้าผาก

4. สายโจมตี
     เป็นจำพวกหุ่นปั้นพยนต์เสก ที่เรารู้จักก็คือ วัวธนู ควายธนู กุมารทองพราย หรือหุ่นพยนต์ สามอย่างแรกคงคุ้นเคย แต่สำหรับ หุ่นพยนต์ ลักษณะทำจากฟางข้าว ผูกเป็นตัวคน เขียนชื่อเหยื่อแล้วว่าคาถา ก่อนจะปล่อยมาในคืนเดือนมืด ลักษณะของหุ่นพยนต์ จะเหมือนกับคน สัตว์ เทวดา ยักษ์ ฯลฯ แต่จะเดินทื่อๆ ไร้ชีวิตชีวาเหมือนหุ่นยนต์ แล้วตรงเข้าไปทำร้ายเหยื่ออย่างเดียว ส่วนใหญ่จะผูกไว้เพื่อเฝ้าบ้านได้ เมื่อแขกใครไปมา อาจจะเห็นเหมือนมีใครเดินอยู่ในบ้านอยู่ตลอด

 
      นอกจากใช้ไปโจมตีฝ่ายตรงข้ามแล้ว ยังป้องกันอันตราย จากภูตผีปีศาจมารังควานอีกด้วย สำหรับสายนี้จะใช้งานคุ้ม เหมือนมี ซีเคียวริตี้การ์ดประจำตัว ของจำพวกแบบนี้ถ้าไม่เชื่อ อย่านับถือ และอย่าลบหลู่
ขอบคุณข้อมูลจาก www.palungjit.org
 
 
มนต์ดำเขมร
     มนต์ดำเขมร สิ่งลี้ลับที่จับต้องไม่ได้ แต่ทำให้คนตายมานักต่อนัก ปัจจุบันยังมีหลงเหลือให้เห็น ในรูปแบบดังต่อไปนี้...
      โลกยุคปัจจุบัน หากมีใครสักคน พูดถึงเรื่อง โดนของ หรือถูกกระทำ ไสยศาสตร์ มนตร์ดำ เข้าตัวแล้วล่ะก็ จะต้องถูกมองว่า "เป็นเรื่องไร้สาระ งมงายทันที" เพราะผู้คนสมัยนี้ ส่วนมาก จะไม่มีความเชื่อว่า การกระทำของ หรือ ไสยศาสตร์ ยังคงมีอยู่จริง และมีจำนวนมากเลยทีเดียว ที่เป็นแบบนี้ คงเพราะว่า ยังไม่มีใครเคยพบเคยเจอ และเคยโดนเข้าจังๆ กับตัวเองก็เป็นได้
      ไสยศาสตร์ คือ วิชาเกี่ยวกับเวทมนตร์ คาถาอาคม และเลขยันต์ กอรปด้วยหลักการ ใช้อำนาจสมาธิจิต ต่อด้วยการกล่าวสาธยายเวทมนตร์คาถา ตามศาสตร์ตำราโบราณ ซึ่งใช้ในการภาวนาปลุกเสก อันเป็นสิ่งลี้ลับแห่งศาสตร์โลก จริงๆแล้วคำว่า “ไสยศาสตร์” ที่เกี่ยวข้องผนวกกับ เวทมนตร์ คาถาอาคม สมัยโบราณ อันเป็นต้นตำรับนั้น เดิมทีเขาใช้กัน เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น ที่ได้รับความเดือดร้อน ทุกข์ยากทรมาน และรักษากันเอง ภายในวงศ์ตระกูลเท่านั้น ไม่ได้จะเอามาใช้สร้างประโยชน์พล่ำเพรื่อ สนองกิเลสตัวเองเช่นคนสมัยนี้ เพราะว่าคนสมัยโบรณ เขามีคุณธรรมในใจสูง หรือ จะเรียกว่า เขารู้จักคิด รู้จักยับยั้งชั่งใจ ไม่ปล่อยกิเลส ให้อยู่เหนือกว่าคุณธรม และความถูกต้อง จารีตขนบธรรมเนียมประเพณี ไม่มีความโลภเป็นที่ตั้ง และไม่มีความเห็นแก่ตัวเป็น สรณะ
     แต่หลังๆมา ความมีคุณธรรมในใจของผู้คน เสื่อมถอยลง ถูกครอบงำกลืนกิน ด้วยกิเลส ความโลภและความเห็นแก่ตัว จึงมีจิตใจต่ำทราม ไม่รู้อะไรดีอะไรชั่ว พากันนำ "ศาสตร์” วิชาเหล่านี้ ไปประยุกต์ดัดแปลง ให้กลายเป็นอาวุธ ใช้สังหารฝ่ายตรงข้าม อย่างโหดเหี้ยมอำมหิต ในที่สุดก็กลายเป็น "ไสยศาสตร์มนตร์ดำ “สำหรับใช้ประกอบอาชีพ "รับจ้างฆ่า” ซึ่งถือว่าเป็นอาวุธร้ายแรง ที่ทรงพลังอำนาจ ความลี้ลับอาถรรพ์ อันน่าสะพรึงกลัว มากที่สุด และไม่ผิดกฎหมายบ้านเมือง เนื่องจากไม่สามารถ ตรวจพิสูจน์หาหลักฐาน มัดตัวเอาความผิด จากใครได้ จึงจำเป็นต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ ของเวรกรรมไป เพราะอย่างน้อย “กฏแห่งกรรมนั้น ก็มีความยุติธรรม ที่เสมอภาค สำหรับทุกคนเสมอ” ไม่มีข้อละเว้น สำหรับผู้กระทำความเลวทราม ต่ำช้าสามานย์ทั้งปวง
     ของเขมรที่น่ากลัว มีอยู่หลายอย่าง ซึ่งได้มีพิธีกรรมสืบทอดเอาไว้ จากรุ่นต่อรุ่น จวบกระทั่งยุคสมัยปัจจุบัน และนับวันก็ยิ่งทวีคูณ ความร้ายกาจ ความน่าสะพรึงกลัว เป็นอย่างมากในอานุภาพ ความโหดเหี้ยม อำมหิตของ”คุณไสยมนตร์ดำ”
     ของเขมรที่ยังคงมีเหลืออยู่ในปัจจุบัน ที่พอจะเรียบเรียงได้ก็มีดังต่อไปนี้
     1. แบบฝังรูปฝังรอย น้ำมันพราย
     2. แบบยาสั่ง สั่งตาย
     3. แบบเสกหนังควาย ตะปูตอกฝาโลง เข็ม ดินอาถรรพ์ เศษแก้วป่น ใบมีดโกน..(เข้าท้อง)
     4. แบบลมเพลมพัด
     ผู้ถูกกระทำจะได้รับผล โดยมีอาการที่แตกต่างกันออกไปดังต่อไปนี้
         1. ถึงแก่ความตาย
         2. มีอาการบ้าเสียสติ
         3. รักหลงงวยงง
         4. หงุดหงิดโมโหร้าย ชอบเหม่อลอย พูดพร่ำคนเดียว
         5. ปวดท้อง ท้องบวมขยายใหญ่ ทรมานกระทั่งตาย
         6. หน้าดำหมองคล้ำ ร้อนรนกระวนกระวายใจ อยู่ไม่ติดที่
         7. อารมณ์ร้อน ใครทำอะไรก็ดูขวางหูขวางตา ไม่สบอารมณ์ พาลหาเรื่องคนในบ้าน
         8. มีอาการเห็นภาพหลอน ไม่มีเรี่ยวแรง
         9. หูแว่ว ได้ยินเสียงคนเรียก ได้ยินเสียงคนจะมาฆ่าตลอดเวลา
        10. มีอาการใจสั่น ร้อน และเจ็บแน่นที่หน้าอก หายใจลำบาก
        11. นอนไม่หลับ สะดุ้งตื่น ฝันร้ายตลอด
        12. กินข้าวกินปลาไม่ได้ มองเห็นภาพหลอน ขี้หวาดกลัว หวาดระแวง กลัวคนมาฆ่า ไม่กล้ากินอะไร กระทั่งหมดแรงถึงแก่ความตายในที่สุด
        13. อาเจียนเป็นเลือดสดๆ เหม็นเน่ากลิ่นคาวคลุ้ง
        14. มีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง ราวกับมีคนเอาฆ้อนมาทุบ
        15. มีแผลผุเปื่อยขึ้นเองตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย มีน้ำเหลืองไหลเยิ้ม  กลิ่นเน่าคล้ายซากสัตว์ตาย
        16. เจ็บปวดตามเนื้อตามตัว โดยเฉพาะบริเวณต้นคอ ท้ายทอย เหมือนมีอะไรมากดทับ อยู่ตลอดเวลา ตรงบริเวณชายซี่โครงด้านซ้าย เจ็บปวดราวกับ ถูกอะไรทิ่มแทง
        17. มีอาการคันไปทั้งตัว โดยหาสาเหตุไม่พบ และจะค่อยๆ เน่าบาดแผลยุบลึกไปเรื่อยๆ รักษาไม่หาย จนกระทั่งถึงแก่ความตาย
        18. มักปวดที่หัวเข่า ตามข้อเท้า ข้อมือบวม ลักษณะคล้ายๆ ถูกหนังยางรัดไว้เป็นเวลานาน
        19. นิ้วมือนิ้วเท้ามีลมขังแข็งเกร็ง จะออกอาการบิดเบี้ยว เหมือนคนเป็นอัมพฤกษ์ เจ็บปวดทรมานมากๆ
        20. บางรายมีอาการปวดบริเวณสะเอว เหมือนมีอะไรจิกกัดอยู่ข้างในตัวเรา ติดต่อกันเป็นเวลานาน. บางรายก็บ้านแตกสาแหรกขาด เลิกร้างรากัน ทะเลาะกัน มีปัญหารุมเร้า!!
ขอขอบคุณ คุณโชติกา พิรักษา และ คุณศศิภา ศรีจันทร์ ตันสิทธิ์ ผู้เรียบเรียง
 
"วิธีสังเกตุว่าถูกคุณไสยหรือไม"
     วิธีสังเกตุง่ายๆ เลยก็คือ สังเกตุจากสิ่งรอบข้างตัวเรา เช่น
      ๑. นกกาเหว่า หรือนกดุเหว่า นี้เป็นนกผี หรือเป็นนกคุณไสยเลยก็ว่าได้ เวลาที่หมอผีส่งของ หรือส่งผีมาหาเรา หรือมาใส่เรา พวกนกกาเหว่า ก็จะพากันบินมาร้องเสียงลั่นใกล้ๆ ที่พักหรือที่เราอาศัยอยู่ โดยไม่เลือกว่ากลางวัน หรือว่ากลางคืน ฝนจะตก หรือว่าแดดจะออก จะไม่เป็นอุปสรรคกับนกกาเหว่าพวกนี้เลย. เวลาที่สำคัญก็คือ เวลาโพล้เพล้ ตอนที่สิ้นแสงพระอาทิตย์๑ และก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น๑ เป็นเวลาที่หมอผีทั่วไป ทราบกันดีว่า เป็นเวลาทำงานแล้ว. ส่วนเวลากลางคืน หมอผีก็จะส่งของมาใส่ผู้ที่ถูกคุณไสย จะเป็น หนังควาย ตะปู ฯลฯ เวลาที่หมอผีนิยมทำกันก็คือ ตีสอง หรือ ๐๒.๐๐ นาฬิกา.
     ๒. นกกา หรืออีกา นี้เป็นนกเปรต หรือเป็นนกคุณไสยเลยก็ว่าได้ เวลาที่หมอผีส่งผีมาใส่เรา อีกาพวกนี้ ก็จะพาบินมาร้องเสียงลั่นใกล้ๆ ที่พักหรือที่เราอาศัยอยู่ โดยไม่เลือกว่ากลางวัน หรือว่ากลางคืน ฝนจะตก หรือว่าแดดจะออก จะไม่เป็นอุปสรรคกับนกกา หรืออีกาพวกนี้เลย เป็นการทำลายสมาธิ หรือรบกวน ไม่ให้ผู้ถูกคุณไสย ตั้งสติ ตั้งสมาธิได้. ของที่ส่งไปใส่นั้น ก็จะสามารถเข้าสู่ ผู้ที่ถูกคุณไสย ได้อย่างง่ายๆ.
    ๓. นกกระปูดตาแดง นี้เป็นนกผี หรือนกคุณไสย เหมือนกับนกกาเหว่า. บางพื้นที่ไม่มีนกกาเหว่า ก็จะมีนกกระปูดนี่แหละ มาทำหน้าที่แทนนกกาเหว่า.
     ๔. นกกิ้งโครง นกโพระดก นกอีแพรดคอขาว และนกที่ชอบร้องตอนกลางคืน หรือจั๊กจั่นเรไร ที่ชอบร้องอยู่ในป่าเป็นส่วนมาก. สัตว์พวกนี้ เป็นสัตว์อัปมงคล ก็จะพากันบินมาร้องเสียงลั่นใกล้ๆ ที่พัก หรือที่ผู้โดนคุณไสยอาศัยอยู่ เพื่อที่จะทำลายสมาธิ ของผู้ที่ถูกคุณไสย ก่อให้เกิดความวุ่นวาย และความรำคาญ กระตุ้นให้เกิดไทสะได้ง่าย.
     ๔. ทิศทางที่หมอผี หรือทีมงานหมอผี จะมาประกอบพิธีกรรม ในด้านคุณไสยนี้ โดยมากแล้ว จะเลือกเอาทิศตะวันออก และทิศเหนือ ของที่พัก หรือที่ที่ผู้ถูกคุณไสยอาศัยอยู่. แต่ถ้าจะทำของใส่ ส่วนมากจะเลือก ทิศตะวันออก เพราะคำว่า "ออก" ตรงข้ามกับคำว่า "เข้า".
 
     ๕. สิ่งที่เราจะพบเห็นได้ ในเวลาตอนเช้าๆ จากการกระทำของพวกหมอผี หรือทีมงานหมอผีก็คือ เช่น ธูปที่จุดจนหมดก้านแล้ว อาหารคาวหวาน ขวดเครื่องดื่ม ผลไม้ พวงมาลัย กรวยดอกไม้ พานบายศรี เหรียญ และตุ๊กตา เป็นต้น.
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
     ๖. หากว่าสังเกตุดีๆ แล้วจะพบว่า ในเวลากลางคืน หรือแม้ว่าในเวลากลางวัน ตอนที่ผู้ถูกคุณไสยไม่เห็็น หรือไม่ได้สนใน จะมีพวกหมอผี หรือทีมงานพวกหมอผี มาป้วนเปี้ยน หรือด้อมๆ มองๆ อยู่ข้างๆ ที่ผู้ถูกคุณไสยพัก หรืออาศัยอยู่ เพื่อหาช่องทาง หรือหาโอกาส ที่จะประกอบพิธีกรรมอย่างง่ายๆ แต่ไ้ด้ผล. ซึ่งสิ่งที่พวกหมอผี หรือทีมงานหมอผีมาทำไว้นี้ หากว่าผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ หรือมีความรู้ในด้านนี้ มาพบเข้าก็จะไม่ทราบว่า เป็นอะไร บางทีอาจจะเข้าใจผิด คิดไปว่าเด็กมันเอามาเล่นก็ได้. ในที่นี้มีภาพตัวอย่างบุคคล ผู้ที่น่าสงสัยว่า จะเป็นหมอผี หรือทีมงานหมอผี มาให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย เพื่อเป็นกรณีศึกษา ให้ท่านผู้อ่านไ้ด้เข้าใจในศาสตร์นี้เพิ่มขึ้น.
 
 
  ๗. วันไหน ที่พวกหมอผีนิยมทำคุณไสย? ในข้อนี้ พวกหมอผี สามารถทำคุณไสยใส่ผู้อื่นได้ทุกๆ วัน ทั้งวันอาทิตย์-วันเสาร์ แต่โดยมากแล้ว วันที่นิยมมากที่สุด ก็คือ วันเสาร์กับวันอังคาร เพราะว่า หากหมอผีทำคุณไสยในวันทั้งสองนี้แล้ว อานุภาพของผี หรือคุณไสย ที่ทำไปนั้น จะมีพลังมากกว่าวันอื่นๆ หลายเท่าตัวเลยทีเดียว. เพราะฉะนั้นแล้ว ๒ วันนี้ จึงถือา่กันว่า เป็นวันทำงานของหมอผีเลยก็ว่าได้.
 
  ๘. เดือนไหน ที่หมอผีเลือกที่จะทำคุณไสย? ในข้อนี้ สำหรับเดือนแล้ว พวกหมอผี สามารถทำคุณไสยได้ ทุกเดือนเลยก็ว่าได้. แต่ที่นิยมกันมากๆ ก็คือ ช่วงเข้าพรรษา. ในช่วงเข้าพรรษา ๓ เดือนนี้ เป็นเวลาที่พวกหมอผี นิยมทำคุณไสยใส่ผู้อื่นมากที่สุด คือถือเคล็ดของคำว่า "เข้า" นั่นเอง.
 
 
 
 
 
 ๙. สัตว์ประเภทใดบ้าง ที่สามารถเห็นของลี้ลับ ผี และวิญญาณ จำพวกนี้ได้? ในข้อนี้ สัตว์ที่สามารถเห็นสิ่งลี้ลับเหล่านี้ หรือสามารถเห็นผีได้ เช่น ท่านผู้ที่ได้สมาธิขั้นสูงคือได้ฌาน
ู และสัตว์เหล่านี้ก็สามารถสัมผัสสิ่งลี้ลับเหล่านี้ได้ อย่างเช่น สุนัข คางคก จิ้งจก และตุ๊กแก เป็นต้น.
 
 
 
 
 
 
 
 
"วัตถุมงคลที่สามารถป้องกันคุณไสยมนต์ดำได้"
 
     วัตถุมงคล ที่สามารถป้องกันคุณไสยมนต์ดำได้ มีอยู่มากมายหลายชนิด หลายอย่างด้วยกัน อันนี้แล้วแต่ความศรัทธาความเชื่อ และความเลืี่อมใส ของแต่ละท่านๆ แต่ที่จะแนะนำท่านทั้งหลายนั้น มีดังต่อไปนี้
     ๑. เหล็กไหล เ้ป็นธาตุกายสิ่ทธิ์ ที่มีเทพยดารักษาคุ้มครองอยู่ ซึ่งมีมากกว่า ๑๐๐ ชนิดด้วยกัน และในปัจจุบันราคาไม่แพงมากนัก สามารถซื้อหามาป้องกันตัวได้ แม้แต่ในอินเตอร์เน็ต ก็ยังมีให้บูชากันอยู่มากมาย.
 
 
     ๒. แก้วขนเหล็กและแก้วมหานิน หรือแก้วโป่งข่ามอื่นๆ ซึ่งเป็นแก้วโป่งข่ามชนิดหนึ่ง ที่มีอานุภาพคล้ายๆ กับเหล็กไหล และในปัจจุบันราคาก็ไม่แพง สามารถซื้อหามาป้องกันตัวได้.
 
 
     ๓. เหล็กน้ำพี้ หรือไหลน้ำพี เป็นแร่เหล็กที่มีฤทธานุภาพสูง พอๆ กับเหล็กไหล และในปัจจุบัน ราคาก็ไม่แพง สามารถซื้อหามาป้องกันตัวได้ ในรูปแบบต่างๆ กัน.

      ๔. ตะกรุด มีดหมอ กำไล แหวน พระเครื่องที่ผ่านการปลุกเสกมาแล้ว จะเป็นธาตุกายสิทธิ์ หรือจะเป็นวัตถุมงคลอื่นๆ ที่มีฤทธิ์ มีอำนาจ ในการป้องกันไสยเวทเหล่านั้นได้ แต่ท่านทั้งหลายก็อย่าได้ลืมว่า สิ่งของเหล่านี้ จะสามารถช่วยเราได้แต่เพียงบางส่วนเท่านั้น ไม่ใช่ว่าจะสามารถช่วยเราได้ ทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ คือช่วยเราได้ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทั้งนี้ก็เพราะว่า วิบากกรรม หรือผลกรรม ที่เราก่อสร้างมาแต่อดีตชาติ หรือในชาตินี้ ที่ส่งผลทำให้เรา ต้องมาประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งเราจะสังเกตุเห็นได้ว่า ไม่ใช่ว่าทุกคน จะต้องโดนสิ่งเหล่านี้ นั้นก็เพราะว่า บุคคลเหล่านั้น มิได้เคยสร้างเวรสร้างกรรม ในด้านนี้มาก่อน ฉะนั้นแล้ว ส่วนหนึ่้งก็ต้องทำจิตใจ ให้ยอมรับกับสิ่งเหล่านี้ให้ได้ เพราะไม่มีใคร สามารถจะมาช่วยเราได้ ร้อยเปอร์เซ็นต์ เราจึงต้องฝึกตนเองด้านสมาธิเพิ่มมากขึ้น และรู้จักแผ่เมตตาให้มากขึ้นด้วย ก็จะสามารถ ช่วยให้เราผ่านพ้นอุปสรรคเหล่านี้ไปได้อย่างแน่นอน และปลอดภัยจากคุณไสยมนต์ดำได้

 
ข้อปฏิบัติเพื่อรักษาตัวไม่ให้โดนคุณไสยมนต์ดำ
๑. ตอนกลางคืน (ตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว) หากว่า มีคนมาเรียก จะเป็นคนที่รู้จัก หรือว่าไม่รู้จักก็ตาม ห้ามขานรับโดยเด็ดขาด แต่จะเปิดประตูต้อนรับนั้ำนได้ เพราะว่า เวลากลางคืน เป็นเวลาที่พวกหมอผี ชอบปล่อยของ และผีที่ตนเองเลี้ยงไว้ ออกมาหากินภายนอกบ้าน หากว่า ไปขานรับ ของและผี ที่พวกหมอผีส่งมา จะใช้ช่วงเวลานั้น เข้าสู่ตัวเราได้อย่างง่ายดาย เหมือนเป็นการเปิดประตูรับ เอาของที่ไม่ดีเหล่านั้น เข้ามาสู่ร่างกาย ท่านจึงห้ามขานรับ ในเวลากลางคืนโดยเด็ดขาด
 
๒. ตอนกลางคืน หากว่าได้ยินเสียงแปลกประหลาด หรือได้พบเห็นสิ่งแปลกๆ ห้ามทัก ห้ามพูดเด็ดขาด จะทำให้คุณไสยมนต์ตำ หรือผี สัมภเวสี และเปรต ที่พวกหมอผีปล่อยมานั้น จะได้โอกาสเข้าสู่ตัวเราได้ ด้วยการทัก ด้วยการพูดนั้น เพราะการทักหรือการพูด เป็นการเปิดประตูต้อนรับ สิ่งลี้ลับเหล่านั้นให้เข้ามาสู่ตัวเรา ฉะนั้นแล้ว ท่านจึงห้ามทัก ห้ามพูดเป็นเด็ดขาด.
 

๓. เวลาเข้าห้องน้ำ หากว่ามีคนมาเรียก ห้ามขานรับเด็ดขาด เพราะว่า ของหรือผี ที่หมอผีส่ิงมานั้น จะอาศัยเอาช่วงเวลานั้นแหละ เข้าสุ่ร่างกายของเราได้ ทางทวารทั้ง ๙ คือ ตา๒ หู๒ จมูก๒ ปาก๑ ทวารเบา๑ และทวารหนัก๑ เพราะว่า เวลาเราเข้าห้องน้ำนั้น ทวารเหล่านั้นจะเปิด ทำให้คุณไสยเข้าสู่ร่างกายได้ ฉะนั้นแล้ว ท่านจึงห้ามขานรับ เมื่อมีคนมาเรียก ในเวลาเข้าห้องน้ำ

 
๔. พบเห็นเงินทองตกหล่น หรือว่าวางอยู่ที่พื้น ซึ่งโดยมากลแ้ล้ว จะเป็นเหรียญสลึง เหรียญบาท เหรียญห้าบาท หรือว่าเหรียญสิบบาทก็แล้วแต่ ห้ามหยิบมาใช้โดยเด็ดขาด ให้เอาถึงพลาสติกรองมือ หรือใช้ถุงมือ หยิบเอาเหรียญเหล่านั้นไปทิ้งเสีย เพราะว่า เงินเหล่านี้บางที พวกหมอผีนำมาวางไว้ เพื่อซื้อที่ทางให้ของหรือผี ที่ตนกระทำมานั้น ได้อาศัยอยู่ จึงต้องนำเอาเหรียญมาวางไว้เป็นการซื้อที่ให้ผีอาศัยอยู่ ท่านจึงให้เก็บทิ้งเสีย
 
๕. พบเห็นข้าวของ ของใช้ จะเป็นถ้วยจาน มีด พระเครื่อง พระบูชา ฯลฯ ที่ไม่ใช่ของเราวางไว้ ให้เก็บทิ้งเสีย อย่านำเข้ามาในบ้าน เพราะว่า ผีที่อยู่ในของใช้เหล่านั้น จะเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านของเรา และทำอันตรายให้กับเรา และคนในครอบครัวได้ ฉะนั้นแล้ว ท่านจึงให้เก็บทิ้งเสีย
 
๖. พบเห็นสิ่งอื่นที่แปลกๆ จะเป็นธูปเทียน พวงมาลัย ขนม เครื่องเซ่นไหว้ ผลไม้ต่างๆ ที่พวกหมอผีนำมาวางไว้ตอนกลางคืน ห้ามเอามือเปล่าไปจับโดยเด็ดขาด เพราะว่า คุณไสยหรือผีที่อยู่ในของเหล่านั้น จะเ้ข้าสู่ตัวเราทันที ฉะนั้นแล้ว ท่านจึงให้สวมถุงมือ สวมถุงพลาสติก หรือสิ่งอื่นใดที่พอหาได้ในขณะนั้น มารองมือ แล้วหยิบเอาของเหล่านั้นไปทิ้งเสีย ท่านห้ามเอามือเปล่าๆ ไปจับ
 
๗. เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ใช้ ตากไว้ให้พ้นมือคนภายนอก และของใช้ส่วนตัว พยายามเก็บให้ดี เพราะว่า พวกหมอผี จะนำเอาเสื้อผ้าอาภรณ์ หรือของใช้ส่วนตัวของเราเหล่านี้ ไปประกอบพิธีทางโสยศาสตร์ ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ จะทำคุณไสยทางเขมรได้ดี เช่น วิชาบังควัน เป็นต้น ฉะนั้นแล้ว จึงควรเก็บของเหล่านี้ให้ดีๆ ผ้าเปียกจะตากกลางคืน ก็ควรตากให้พ้น จากมือคนภายนอกบ้าน ไม่สามารถหยิบจับ หรือสอยเอาไปได้.
 
๘. ของขวัญของรางวัล ที่มีคนนำมามอบให้ จะเป็นพระเครื่อง หรือพระบูชา หากว่า พระเครื่องให้สังเกตุที่สี หากว่าเป็นสีดำให้เพ่งเล็งเป็นพิเศษ พระเครื่อง ต้องดูที่หน้าอกพระว่ามีรูทะลุหรือไม่ หากว่า ที่อกขององค์พระมีรูทะลุ ก็ไม่ควรเก็บไว้ เพราะจะทำให้เป็นอัปมงคล เรียกว่าถังแตกเลยก็ว่าได้ ทำมาหากินไม่ขึ้น และจะยากจนในที่สุด หรือว่า ตรงฐานของพระด้านล่าง หงายขึ้นมา หากสังเกตุว่า มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งบรรจุอยู่ ควรนำออกเสีย และนำไปถวายพระที่วัด ห้ามเก็บเข้ามาในบ้านเด็ดขาด
 
๙. คนบ้า ใบ้ บอด และหนวก เป็นมาแต่กำเหนิด บุคคลเหล่านี้ เป็นคนอาภัพ. หากว่า บุคคลเหล่านี้ เอาของมาให้ ห้ามรับเด็ดขาด เพราะ่ว่า พวกหมอผีสามารถที่จะควบคุม และสั่งการให้บุคคลเหล่านี้ กระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด ตามที่ตนต้องการได้ เช่น นำเอาคุณไสยมนต์ดำมาให้เเรา หรือนำมาวางไว้ในบ้านเรือน และที่อาศัยของเราได้ ฉะนั้นแล้ว ท่านจึงห้ามรับไว้โดยเด็ดขาด.
 
๑๐.เจริญสมาธิภาวนา และแผ่เมตตาให้กับสรรพสัตว์ทั้งหลาย
 
ริวิวหมอผีโดยสังเขป
     บุคคลผู้ที่เป็นหมอผี หรือเล่นคุณไสยมนต์ดำนั้น มีทั้งคนตัวเล็ก ตัวใหญ่ แต่โดยมากแล้ว จะมาจากตระกูลที่พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย บรรพบุรุษ ที่เป็นคนตัวเล็ก ตัวเตี้ย ซึ่งตามปกติแล้ว บุคคลเหล่านี้ จะโดนแกล้ง โดนเอาเปรียบทางสังคมมาก เพราะว่า เป็นคนตัวเล็ก โดยกายภาพแล้ว คนตัวเล็ก จะป้องกันตัวเองยาก สู้แรงคนตัวใหญ่ไม่ได้ อาจจะโดนทำร้ายอยู่เสมอ
     เพื่อการป้องกันรักษาตัวเอง ญาติมิตร และเพื่อรักษาทรัพย์สมบัติ บุคคลเหล่านี้ จึงพยายามเสาะหา แสวงหาเครื่องป้องกันตัวต่างๆ เช่น ฝึกเรียนศิลปะการป้องกันตัว ฝึกมวยไทย หรือการศึกษาเล่าเรียนด้านไสยศาสตร์ ไสยเวทต่างๆ ที่สามารถช่วยป้องกันตัวเอง จากการทำร้ายของศัตรู
     ฉะนั้นแล้ว การศึกษาเรื่องคุณไสยมนต์ำดำ จึงถือว่าเป็นทางเลือกอีกทางหนึี่ง สำหรับบุคคล ผู้ที่มีลักษณะร่างกายซึ่งเล็กกว่าคนปกติ
     อีกอย่างหนึ่ง บุคคลที่เป็นหมอผี หรือทีมงานหมอผีเหล่านี้ การสังเกตุอีกสิ่งหนึ่งก็คือ เขาจะเห็นคนไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เหมือนๆ กับว่าจะขาดๆ เกินๆ ไปนิดๆ หนึ่ง จะต่างจากคนปกติอย่างนี้ คราวนี้ เรามาลองรีวิวดูลักษณะ ของผู้ที่เล่นคุณไสยมนต์ มาลงไว้ให้ดูพอเป็นสังเขป พอเป็นวิธีสังเกตุ ดังต่อไปนี้
 
 
 
 
 
 
ผู้ที่เจ็บป่วยแล้วจะรักษาอย่างไร?
     ๑.การรักษานั้น หากว่าท่านโดนคุณไสยมนต์ดำ ถูกกระทำทางไสยเวทจริงๆ ก็ต้องแสวงหาครูบาอาจารย์ที่เชื่อถือได้ ขอเน้นย้ำว่า "ที่เชื่อถือได้เท่านั้น" ท่านผู้นั้นจะเป็นพระภิกษุ หรือจะเป็นฆราวาส ชาวบ้านธรรมดาก็ตาม ไม่ใช่ว่า มีคนมาแนะนำแล้วเชื่อเลย อย่างนี้ไม่ค่อยดี เพราะอาจจะผิดพลาดได้ คือ บางที อาจจะไปเจอกับหมอผี ผู้ที่กระทำกับตนก็เป็นได้ ซึ่งเรียกว่า "โดนซ้ำสอง" แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว ไม่ใช่ว่า เมื่อมีเกิดมีอาการเจ็บป่วยไม่สบายแล้ว จะต้องโดนคุณไสยมนต์ดำ โดนกระทำด้วยไสยเวทเสมอไป ก็ไม่ใช่ บางท่านอาจจะเป็นอาการป่วยธรรมดา ซึ่งก็ต้องไปพบแพทย์แผนปัจจุบันรักษา
     ๒.การรักษาด้วยตนเอง คือ การแผ่เมตตา การนั่งสมาธิ และการสวดมนต์ไหว้พระ ขอแนะนำไว้อย่างนี้ว่า หากว่าท่านโดนกระทำย่ำยี ทางคุณไสยมนต์ดำจริงๆ แล้ว
วิธีรักษาตัวเองให้หลุดพ้นจากคุณไสยมนต์ดำ(สวดมนต์)

     ๑. หาผ้าขาวมาสัก ๑ ผืน กว้างยาวประมาณสัก ๓๐ เซ็นติเมตร หรือจะน้อยกว่านั้นก็ได้ แต่ต้องพอสำหรับเขียนชื่อ วันเดือน ปีเกิด ของตัวเองได้ครบถ้วน เช่นว่า ชื่อนายถาวร นามสกุล ถาวรวัตร เกิดวันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๑๒ ก็ลองค้นหาในกูเกิล จากวันเดือนปีเกิดของตนเอง ก็จะได้ข้อมูลดังนี้
12 เมษายน พ.ศ. 2512
วันที่ : 12 ( เสาร์ ) แรม 11 ค่ำ
เดือน : เมษายน ( เดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติ )
พุทธศักราช : 2512 ( ปีระกา )
คริสตศักราช : 1969
ราศี : มีน

     ๒. ให้เขียนลงบนผ้าขาวที่จัดเตรียมไว้ดังต่อไปนี้
นายถาวร ถาวรวัตร
วันเสาร์ที่ ๑๒ เดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๑๒
แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๕ ปีระกา
ค.ศ.๑๙๖๙ ราศี มีน

เสร็จแล้วให้พับกลับไปกลับมา จนได้ขนาดประมาณเท่าฝ่ามือ แล้วนำไปวางไว้บนพาน หรือถาดก็ได้ ตั้งไว้คู่กันกับพานหรือถาดขันธ์ ๕ วางไว้หน้าโต๊ะหมู่ หรือหน้าพระ ที่เราสวดมนต์เป็นประจำ
     ๓.จัดแต่งขันธ์ ๕ อย่างง่ายๆ ใส่พานหรือถาดก็ได้(ของจะมากกว่านี้ก็ได้ แต่ต้องเป็น ๕ คู่ เท่านั้น ตรงกับขันธ์ ๕)
๑. ธูป ๕ คู่ (๑๐ ดอก)
๒. เทียน ๕ คู่ (๑๐ เล่ม)
๓. ดอกไม้ ๕ คู่ (๑๐ ดอก)
๔. เหรียญบาท ๕ คู่ (๑๐ เหรียญ)
๕. หมากพลู ๕ คู่ (๑๐ ชิ้น/คำ)
     จัดวางอย่างไรก็ได้ หรือจะจัดวางอย่างนี้ก็ได้ คือ
๑.ธูป ๑๐ ดอก แบ่งออกเป็น ๒ ส่วนๆ ละ ๕ ดอก วางซ้าย-ขวา
๒.เทียน ๑๐ เล่ม แบ่งออกเป็น ๒ ส่วนๆ ละ ๕ เล่ม วางซ้าย-ขวา
๓.ดอกไม้ ๑๐ ดอก วางรวมกันตรงกลาง
๔.เหรียญบาท ๑๐ เหรียญ วางรวมกันตรงกลาง
๕.หมากพลู ๑๐ คำ วางรวมกันตรงกลาง
     ๔.แล้วสวดมนต์ ๒ บทนี้ คือ
๑.ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎกแปล
๒.พระชินบัญชรคาถาแปล
     สวดให้ติดต่อกัน เป็นเวลาประมาณ ๑-๒ สัปดาห์ ก็จะเห็นผลแล้ว แต่เวลาสวดมนต์ ต้องสวดตอนเที่ยงคืน-ตีสองเท่านั้น จึงจะมีผลมาก มีอานิสงค์มาก คือ คุณไสยมนต์ดำ ที่หมอผีส่งมา จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ จะย้อนกลับไปหาหมอผี ผู้ที่กระทำคุณไสยมนต์ดำใส่เรา ย้อนกลับไปหาคนจ้างวาน ย้อนกลับไปหาเจ้าของเดิม และบุคคล ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการทำคุณไสยมนต์ดำทั้งหมด อย่างรุนแรง ขอย้ำถึงประโยคที่ว่า "ของคือคุณไสยมนต์ดำ ที่ถูกส่งมาทำร้ายเรา มันจะย้อนกลับไปหาเจ้าของ อย่างรุนแรง" (ครูบาอาจารย์ท่านเมตตาบอกมา)
     อนึ่ง อาการเจ็บไข้ได้ป่วย สามารถเกิดขึ้นได้จาก 
     ๑.โรคภัยไข้เจ็บ ตามปกติธรรมดาของร่างกาย
     ๒.ความคิด ความเข้าใจผิด ความปักใจเชื่อ หรือการสะกดตนเองว่า "โดนคุณไสยมนต์ดำ หรือไสยเวท"
     ๓.กรรมพันธ์ ซึ่งสืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ เช่น บิดามารดา ปู่ย่า ตายาย ฯลฯ
     ๔.โดนคุณไสยธรรมดา คือลมเพลมพัด ซึ่งท่านจะโดนได้ เพราะจิตอ่อนแอ๑ ร่างกายอ่อนแอ๑ เปิดให้คุณไสยมนต์ดำเข้าตัว๑
     ๕.โดนคุณไสยอย่างแรง ผู้ที่จะโดนคุณไสยมนต์ดำประเภทนี้ ต้องเป็นผู้ที่มีศัตรูคู่อาฆาต กันมาก่อน จะไม่เกิดกับบุคคลทั่วๆ ไป เพราะหมอผี ผู้ที่มีวิชาอาคมในด้านนี้ มีน้อย หายาก และราคาค่าจ้างแพงมากๆ เพราะเป็นวิชาอาคม ที่ต้องทำร้ายคน ทำให้คนอื่นเกิดอาการไม่สบาย ทั้งทางร่างกาย และทางจิตใจ เกิดอาการเจ็บป่วยไข้ ต่างๆ นาๆ อันหาสาเหตุที่มาของโรคไม่ได้ ทำให้พิกลพิการง่อยเปลี้ยเสียขาไป หรืออาจทำให้ถึงเสียชีวิตก็ได้
 
     ขอประชาสัมพันธ์ว่า "ทางวัด ไม่มีพระภิกษุ หรือฆราวาส ผู้ที่สามารถรักษาท่าน ให้หายอาการเจ็บป่วยไข้ อันเกิดจากการกระทำ ทางคุณไสยมนต์ดำได้" ฉะนั้นแล้ว หากว่าท่านต้องการ หาผู้ที่สามารถรักษา ด้านคุณไสยมนต์ดำได้ ให้ท่านแสวงพระภิกษุ หรือฆราวาส ผู้ที่มีความสามารถดังกล่าวมาข้างต้น.
 
สุดท้ายนี้ ขอคุณพระศรีรัตนตรัย คือ คุณพระพุทธเจ้า คุณพระธรรม คุณพระอริยสงฆ์ และเทพยาอารักษ์ทั้งหลายทั้งปวง โปรดได้มาปกป้อง คุ้มครอง ป้องกัน และช่วยอภิบาลรักษาทุกท่าน ให้รอดพ้น ปลอดภัย และให้แคล้วคลาด จากคุณไสยมนต์ดำ ไสยเวท อำนาจมืดต่างๆ อันเป็นอวิชชา ด้วยเทอญฯ
 
ขอขอบคุณท่านเจ้าของภาพ จากสื่ออินเตอร์เน็ตต่างๆ ที่ไม่ได้เอ่ยนาม
 
Copyright 2004 watsomanas.com All Right Reserved. Thailand Web Stat