หน้าแรก
English Version
  ประวัติวัด
  แผนที่ตั้งวัด
  แผนที่ภายในวัด
  ถาวรวัตถ
  ภาพจิตรกรรม
  ลำดับเจ้าอาวาส
  จำนวนพระสงฆ์
  วันสำคัญทางศาสนา
  ตารางแสดงธรรม
  ร.ร.พระปริยัติธรรม
  ร.ร.พุทธศาสนวันอาทิตย์
  โคลงสุภาษิต
  หนังสือธรรมะ
  ศาสนกิจของเจ้าอาวาส
 
 
 
  
พระกินผี
     พระพุทธศาสนาของเรา สอนให้ทุกคนละเว้นความชั่ว ทำแต่ความ และทำจิตใจให้ผ่องใส. แต่ว่าไม่ได้บีบบังคับให้ต้องกระทำความดี  เป็นแต่แนะนำสั่งสอนว่าควรทำอย่างนี้เท่านั้น  ไม่เหมือนกับบางลัทธิ  ที่มุ่งเน้นบังคับให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้  มองดูก็คล้ายๆ กับกฏหมายไปเลยก็มีเหมือนกัน.  พระพุทธศาสนาของเราไม่ได้เป็นเช่นนั้น  คือ  ให้อิสระกับทุกๆ คน ในการกระทำทุกๆ อย่าง  เพียงแต่บอกว่าอย่างนั้นไม่ดี ไม่ควรทำ.  อย่างนี้ดี ควรทำ อย่างนี้เป็นต้น.  ฉะนั้นแล้ว จึงกล่าวได้ว่าพระพุทธศาสนานั้น เปิดโอกาสใ้ห้กับทุกๆ คนได้กระทำในสิ่งที่ดีๆ โดยที่ไม่ต้องบีบบังคับขู่เข็ญแต่อย่างใด.
     พระพุทธศาสนาแบ่งออกได้เป็น ๔ ส่วน คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ซึ่งเรียกว่า พุทธบริษัท ๔.  แต่ตอนนี้เหลือเพียงแค่ ๓ บริษัทแล้วเท่านั้น  คือ  ภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา.  ส่วนภิกษุณีนั้นหมดไปนานแล้ว  คือ  ขาดช่วงกันไปนานแล้ว  ไม่ได้สืบต่อๆ กันมาจากสมัยพุทธกาล.    
      ส่วนที่จะกล่าวในที่นี้  คือ ภิกษุ ซึ่งเรียกกันว่า "พระ" อันเป็นคำที่มุ่งหมายเอาในคำว่า "พระกินผี" ในที่นี้.  คำว่า "ผี" ในที่นี้กล่าวหมายเอา "ศพ" กล่าวรวมๆ ก็หมายถึงผู้ที่เสียชีวิตแล้ว.  คำว่า "พระกินผี" นี้เป็นการกล่าวแบบดูถูกเหยียดหยาม ว่่าพระที่อยู่ในวัดที่มีฌาปนสถาน หรือเมรุและศาลาตั้งศพ  โดยมากแล้วจะมุ่งแต่รับกิจนิมนต์เกี่ยวกับงานศพกันเป็นส่วนมาก.  ไม่ค่อยได้สนใจศึกษาเล่าเรียน พระปริยัติธรรมกันสักเท่าไหร่.  จึงเป็นที่มาของคำว่า "พระกินผี"
      สำหรับวัดโสมนัสวิหารแล้ว  ก็ได้รับคำดูถูกแบบนี้ มานานแล้วเหมือนกัน  เพราะที่วัดก็มีฌาปนสถาน ของกองทัพบกอยู่  มีศาลาตั้งศพสวดศพอยู่ด้านหลังของวัด.  ฉะนั้นแล้ว  จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ที่พระภิกษุสามเณร ภายในวัดโสมนัสวิหาร จะได้รับคำดูถูกแบบนี้. เช่น  เวลาไปสอบบาลีสนามหลวง ซึ่งจัดให้มีการสอบวัดผลทุกๆ ปี โดยมากแล้ว วัดโสมนัสวิหาร จะไม่ค่อยอยู่ในสายตาย ของพระภิกษุสามเณรวัดอื่นๆ เพราะว่าเราอยู่วัดที่มีเมรุนั่นเอง
     แต่สำหรับปัจจุบัน  พระเดชพระคุณท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เจ้าอาวาส และเจ้าสำนักเรียนวัดโสมนัสวิหาร  ท่านได้มอบหมายให้ พระมหาสุพร สันติกะโร อาจารย์ใหญ่ ผู้ดูแลด้านพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ได้กวดขัน ให้พระภิกษุสามเณร ไ้ด้ศึกษาพระปริยัติธรรม ด้านบาลีอย่างเต็มที่  โดยมีการจัดหาทุนมอบให้ สำหรับพระภิกษุสามเณร ผู้ที่สอบได้บาลีสนามหลวง ในแต่ละประโยค.  ฉะนั้นแล้ว  จึงจะเห็นได้ว่า หลายๆ ปีที่ผ่านๆ มา  ทางสำนักเรียนวัดโสมนัสวิหาร  มีพระภิกษุสามเณร และแม่ชี  สามารถสอบได้บาลีสนามหลวงกันทุกๆ ปีไม่ขาดเลย.  ไม่ว่าประโยคต่ำ หรือประโยคสูง.  แม้แต่ประโยค ๙ ก็ยังมีผู้สอบไ้ด้หลายรูปอยู่เหมือนกัน.
     เมื่อมาดูผลงานที่ผ่านๆ มา  ถึงตอนนี้แล้ว  พระภิกษุสามเณรวัดอื่น ก็ไม่มีใครสามารถ จะมาสบประมาท พระภิกษุสามเณร วัดโสมนัสวิหารได้เลยว่า "พระกินผี" ได้อีกต่อไป. เพราะแม้ว่า ทางวัดจะมีเมรุ มีศาลาสวดศพก็ตามที  แต่พระภิกษุสามเณร ภายในวัดของเรา ก็ตั้งใจกันศึกษาพระปริยัติธรรม เช่นเดียวกันกับวัดอื่นๆ  โดยไม่แพ้วัดอื่นเลย. ปัจจุบันคำพูดสบประมาทนี้ เลยไม่ค่อยได้ยินอีกแล้ว  เพราะว่า วัดเราได้พัฒนาไปไกลมากแล้ว.  แต่ก็อดขอบคุณ คำสบประมาทนั้นไม่ได้.  หากไม่ได้รับคำสบประมาทเช่นนั้นแล้ว มีหรือที่เราจะได้หันกลับมาพัฒนาวัด ให้มีศักยภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิมเช่นนี้ได้.
 
     ปัจจุึบันคำสบประมาทที่ว่า "พระกินผี" เลยค่อยๆ เลือนหายไปจากวัดโสมนัสวิหาร แต่มีประเด็นใหม่เข้ามาแทนที่ คือ "พระเล่นผี" ซึ่งคำนี้ก็ได้ยินได้ฟังกันมาบ้างแล้ว ยังไม่ทราบเหมือนกันว่า คำว่า "พระเล่นผี" คำนี้จะถูกลบออกไปจากวัดเมื่อไหร่.
ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต
 
 
© Copyright 2004 watsomanas.com All Right Reserved. www.Stats.in.th