กุลบุตรชาวเมืองสาวัตถีคนหนึ่ง บวชแล้วปรากฏชื่อว่า " พระติสสเถระ."
ต่อมาท่านได้ไปจำพรรษาอยู่ในชนบท ได้ผ้าเนื้อหยาบประมาณ ๘ ศอก
ทำปวารณาแล้ว เอาผ้านั้นไปฝากพี่สาวไว้. พี่สาวนั้นได้ตัดผ้านั้นทำให้เป็นชิ้นเล็กๆ
โขลก สาง ดีด กรอ ปั่นให้เป็นด้ายละเอียดทอให้เป็นผ้าใหม่.
ฝ่ายพระเถระ ก็จัดแจงด้ายและเข็ม. นิมนต์ภิกษุหนุ่มและสามเณรมาช่วยทำจีวร
แล้ว ไปเอาผ้าจากพี่สาว. พี่สาวนั้น นำผ้าประมาณ ๙ ศอกออกมาให้. พระเถระ
รับผ้ามาดูแล้ว เห็นว่าไม่ใช่ผ้าของตน จึงสอบถามได้ความแล้วก็นำไปวิหาร
เริ่มทำจีวร. พี่สาวของท่านจัดแจงภัตตาหารไปถวายแก่พระภิกษุสามเณรผู้ทำจีวร
ของพระติสสะนั้น.
ในวันที่จีวรเสร็จพี่สาวได้ทำสักการะมากมาย. พระเถระแลดูจีวรแล้ว
เกิดความเยื่อใยในจีวรนั้นคิดจักห่มจีวรนั้นในวันพรุ่งนี้ จึงพับพาดไว้ที่ราว.
ในคืนนั้น พระเถระได้มรณภาพลง เพราะอาหารไม่ย่อยและได้เกิดเป็นเล็น
ที่จีวรนั้นนั่นเอง.
ฝ่ายพี่สาว รู้การมรณภาพของท่านแล้วก็เสียใจ. พวกภิกษุ เผาศพของท่านแล้ว
นำเอาจีวรนั้นออกมา. ตัวเล็นนั้นวิ่งร้องไปข้างโน้นและข้างนี้ เพราะหวงจีวร.
พระพุทธเจ้าประทับนั่งในพระคันธกุฎี ทรงสดับเสียงนั้นด้วยโสตธาตุเพียงดังทิพย์
จึงสั่งพระอานนท์ว่าอย่าให้พวกภิกษุ แบ่งจีวรของพระติสสะ ให้เก็บไว้ ๗ วันก่อน."
แม้เล็นนั้น ตายลงในวันที่ ๗ ไปเกิดเป็นเทวดาในวิมานชั้นดุสิต. ในวันที่ ๘
พระพุทธเจ้ารับสั่งให้พระภิกษุแบ่งจีวรของพระติสสะนั้น. พวกภิกษุพากันสงสัย
จึงทูลถามพระพุทธเจ้า. พระพุทธเจ้าตรัสว่าพระติสสะเกิดเป็นเล็นที่จีวรของตน
เมื่อพระภิกษุจะแบ่งจีวรนั้น วิ่งร้องไปข้างโน้นและข้างนี้ว่าภิกษุพวกนี้แย่งจีวร
เกิดความขัดเคืองใจแล้วพึงเกิดในนรก แล้วตรัสต่อไปว่า
"สนิมตั้งขึ้นแต่เหล็ก ครั้นตั้งขึ้นแต่เหล็กแล้ว ย่อมกัดเหล็กนั่นเอง ฉันใด;
กรรมทั้งหลายของตน ย่อมนำบุคคลผู้มักประพฤติล่วงปัญญา ไปสู่ทุคติ ฉันนั้น."
|